ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยลดความยุ่งยากและภาระในการเดินทางไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเหมือนแต่ก่อนแต่จะทำผ่านหน้าจอบนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราแบบง่ายๆโดยทำไม่กี่ขั้นตอนไม่กี่นาทีก็ยื่นภาษีเสร็จทันที ... อ่านเพิ่มเติม...



ชีวิตคู่เปรียบเสมือนถนนหนทางที่ต้องเดินไปด้วยกันแม้จะทุกข์และสุขก็ต้องฝ่าฟันไปด้วยกันให้ได้หากการเงินดีชีวิตคู่ย่อมไม่มีปัญหาหากการเงินมีปัญหามักจะเดินแยกทางได้ง่ายๆ บทความแนะแนวทางการบริหารเงินสำหรับชีวิตคู่ให้มีความสุข

1.มองเงินแต่ละด้านที่เข้ามาให้ชัดเจนแล้วออมเงินร่วมกัน

เรื่องแรกที่ต้องคำนึงถึงที่สุด คือ เงินที่เข้ามาทุกด้านทั้งสองคนมีรายได้ประจำต่อเดือนเท่าไร หากทำงานกินเงินเดือน ก็จะมีรายได้ที่แน่นอน หากทำงานอิสระรายได้ไม่แน่นอนให้ทำอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วนำเงินมาแบ่งเป็นเงินทุนกองกลาง เพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้าน แต่ละเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าผ่อนต่างๆที่เป็นภาระค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน และค่าดูแลบุตรที่กำลังจะเกิด โดยหักออกจากรายได้ที่ได้รับ 10-20% ทั้งสองคน เช่น เงินเดือนหรือรายได้ที่รับ 15000 บาทหักทันที 10% จะได้ 1500บาทต่อคน ทุนกองกลางจะได้ 3000 บาทต่อเดือน เป็นการขจัดรายจ่ายภายในบ้านแบบง่ายที่สุด ป้องกันปัญหาหนี้สินสะสม อย่างไรวางแผนออมเงินเป็นทุนกองกลางดีกว่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับภาระหน้าที่คนเดียวเพราะเห็นว่ามีรายได้มากกว่า

2.จัดการหนี้สินก่อนแต่งและหลังแต่งของแต่ละคนให้ชัดเจน

ก่อนแต่งงานและหลังแต่งงานความสุขมันต่างกันนะ ก่อนแต่งมองโลกสดใสเพราะความรักเป็นใหญ่มาก่อนปัญหาเงินมาที่หลัง ยอมกัดก้อนเกลือแต่ก็ไปกันรอดแต่บางคู่แต่งกันเพื่อหวังสมบัติของกันและกันหรืออวดรวย แต่ปกปิดหนี้สินกันเข้าไว้ มีหนี้ก่อนแต่งแต่ละคนเท่าไรไม่บอก แต่จะบอกรายได้ที่เกินจริง มีความรวยไม่แพ้กันซึ่งชีวิตคู่ที่ดีไม่ควรปกปิดเรื่องหนี้สินระหว่างกัน ต้องยอมรับความเป็นจริงได้ เพราะต้องเชื่อมั่นในความสามารถว่าปลดหนี้ที่มีอยู่ให้เป็นทรัพย์สินที่งอกเงยขึ้นมาได้ การไม่มีความลับต่อกันของคู่ชีวิต คือความสื่อสัตย์ ร่วมกันแก้ไขทุกปัญหาที่เข้ามาและคู่ชีวิตไม่จำเป็นต้องรวยเสมอไป

3.ตกลงกันให้แน่นอนในเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่าย

ตกลงกันให้แน่นอนแล้วทำตามที่ตกลงกันไว้ พูดคุยถึงปัญหาการเงินต่างๆภาระภายในครอบครัวคล้ายๆกับข้อ1 รายจ่ายส่วนไหนใครลับผิดชอบ เช่น ภรรยาควบคุมค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าดูแลบุตร เดือนละเท่าไร ตั้งงบประมาณเงินเท่าไรที่สามารถรับได้ ส่วนฝ่ายสามีเป็นผู้จัดการต่างๆภายนอก เช่น ค่าบัตรเครดิต ค่าผ่อนรถยนต์ ผ่อนบ้าน เรื่องการกู้เงินเพื่อลงทุนธุรกิจ ซึ่งเป็นรายจ่ายเงินก้อนใหญ่และเป็นหน้าที่ของผู้นำครอบครัว หากคู่สามีภรรยามีรายได้จากการรับเงินเดือนที่สูงพอกัน ก็สามารถนำเงินที่ได้เป็นทุนกองกลางออมเงินให้มากขึ้นและหาวิธีการประหยัดเงินเพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ก็จะมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง

4.เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและการเปลี่ยนแปลง

ทุกสรรพสิ่งในโลกมีความไม่แน่นอน หากชีวิตประสบความสำเร็จ ร่ำรวยและมั่นคง ก็คือวาสนาของชีวิตที่ทำร่วมกันมา หากตรงกันข้ามก็มีแต่ความทุกข์ ฉะนั้นชีวิตควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ตั้งอยู่ในความพอดี เดินสายกลาง ดั่งเช่นพระท่านบอกว่า เดินที่ละก้าว กินข้าวที่ละคำ ทำทีละอย่าง อนาคตไม่แน่นอน  ชีวิตคู่ก็เช่นเดียวกัน หากฝ่ายใดตกงาน หรือ มีปัญหาสุขภาพต้องใช้เงินรักษาเยอะ หรือ ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จล้มขึ้นมา เกิดอุบัติเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง มีอันให้ต้องหย่าล้างปัญหาการเงินจะกระทบกระเทือนแน่นอน ก็ต้องเตรียมแผนลับมือไว้ก่อน ซึ่งอาจต้องมีการสำรองเงินฉุกเฉินส่วนตัว หรือ เปิดบัญชีออมเงินแยกไว้เป็นส่วนตัว หรือ นำเงินส่วนตัวไปออมเงินไว้ ในแบบกองทุนต่างๆ สลากออมสิน และประกันชีวิตเพื่อจะได้นำเงินมาใช้ยามฉุกเฉิน