Bitcoin คือเงินที่ได้จากการหาเงินผ่านเน็ตในรูปแบบใหม่และกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะการหาเงินในตัว บิทคอยน์ มีระบบการทำงานที่ดีกว่าโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ จากธนาคารกลาง และไม่ต้องมีความรู้ถึงขั้นเชี่ยวชาญ ก็สามารถเล่นได้ศึกษาง่าย และจะได้รับเงินจากบิทคอยน์ด้วยสกุลเงินที่สูงกว่าเมื่อเทียบเงินบาทไทย

บิทคอยน์คืออะไรใครคือผู้คิดค้น

บิทคอยน์ (Bitcoin) คือสกุลที่ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน หรือ ซื้อ-ขายสินค้าและบริการ โดยไม่ต้องใช้เงินสดเช่น เหรียญ, ธนบัตร, หรือเงินจริง และบิทคอยน์ มีหน่วยเป็นเงินตรา BTC เหมือนสกุลเงินตราประเภทอื่นๆ เช่น สกุลเงินเย็น JTP ประเทศญี่ปุ่น  สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ USD และสกุลเงินไทย THB บิทคอยน์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2552 โดยผู้ก่อตั้ง บิทคอยน์ ก็คือ เครก สตีฟ ไรท์ นักธุรกิจชาวออสเตเลีย โดยใช้ชื่อนามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโต”

บิทคอยน์ (Bitcoin) คิดค้นขึ้นมาเพื่อประโยชน์อะไร

บิทคอยน์ (Bitcoin)เป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์(Cryptocurrency)สกุลเงินใหม่คิดค้นขึ้นมาเพื่อประโยชน์ หลบเลี่ยงการตรวจสอบ ระบบธนาคารกลางเกี่ยวกับ การทำธุรกรรมทางการเงินทุกๆรูปแบบ  บิทคอยน์ จึงเป็นที่ยอมรับสำหรับนักลงทุนอย่างแพร่หลาย แต่บิทคอยน์มีระบบ Blockchain ป้องกันเงินเฟ้อและป้องกันการเสื่อมค่าของ สกุลเงินดิจิทัล ที่ปั้มออกมาเรื่อยๆตามใจชอบ โดยมีการทำงานในรูปแบบ อัลกอริทึม แล้วกำหนดปริมาณเงินในระบบไว้ไม่ให้เกิน 21 ล้านหน่วยโดยประมาณ

บิทคอยน์ (Bitcoin)มีวิธีการเล่นอย่างไร

อย่างที่เกริ่นมาแล้วข้างต้น บิทคอยน์ ถูกควบคุมดูแลภายใต้ระบบBlockchainและทำงานด้วยระบบ อัลกอริทึม ป้องกันเงินเฟ้อและการเสื่อมค่าเงิน จึ่งมีหลายคนมองแห่งช่องทางการหาเงินในตัว บิทคอยน์ และมีผู้ประสบความสำเร็จรำรวยเป็นจำนวนมาก แต่การหาเงินจาก บิทคอยน์จะมี 2 วิธีการหลักๆด้วยกันคือ1.

1.การขุด บิทคอยน์ (Mining)

การขุด บิทคอยน์ ด้วยวิธีนี้ คล้ายๆกับ การเข้าไปขุดทองในเหมืองแร่ แต่เปลี่ยนรูปแบบมาทำในระบบคอมพิวเตอร์แทน โดยต้อง ให้นำคอมพิวเตอร์ของเราไปเป็นเซิร์ฟเวอร์ในระบบ บิทคอยน์ เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆและจะต้องแข่งขันกับคนอื่นด้วยโดยการแก้สัมการทางคณิศาสตร์ให้ได้ แล้วจะได้ค่าตอบแทนเป็น เงิน บิทคอยน์

ฉะนั้นการหาเงินด้วย วิธีการขุด บิทคอยน์ จะเกิดความยากลำบากแตกต่างกันไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่เข้ามาขุด และคุณภาพของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมี การ์ดจอแรงๆ ที่ต้องหาซื้อหาเปลี่ยนกันไป เพื่อประโยชน์ในการแข่งขัน การขุด บิทคอยน์ และแก้ไขสัมการทางคณิตศาสตร์ และจำนวน บิทคอยน์ ในระบบ ซึ่งถูกกำหนดเพดาน 21 ล้านหน่อย หาก บิทคอยน์ในระบบ เหลือน้อยการแก้สัมการจะยากขึ้น ความแรงในการประมวลผลคอมพิวเตอร์ก็จะมากขึ้น ก็ต็องหาซื้อ การ์ดจอแรงๆมาเปลี่ยน นี่คือข้อเสีย ในการขุด บิทคอยน์

2.เทรคบิทคอยน์ด้วยสกุลเงินอื่น

การขุด บิทคอยน์ เป็นวิธีการ ที่ต้องลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์คุณภาพและการ์ดจอแรงๆ ที่ต้องลงทุน หากไม่มีข้อนี้แล้ว ก็ต้องใช้วิธี การเทรคบิทคอยน์ด้วยสกุลเงินอื่น โดยเราสามารถนำเงินสกุลอื่นที่ได้รับการยอมรับ ไปแลกเพื่อเกร็งกำไรมูลค่าเงิน จากนักขุดบิทคอยน์คนอื่น ซึ่งจะมีร้านรับแลกออนไลน์เกิดขึ้นมากกมาย เปรียบเสมือนธนาคาร ซึ่งการแลกสกุลเงินจะขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดที่ผกผันสกุลเงิน หรือ Demand Supply คือช่วงไหนที่ความต้องการบิทคอยน์ มีมากกว่าปริมาณบิทคอยน์ที่มีในระบบ ก็จะส่งผลให้มูลค่าบิทคอยน์เพิ่มขึ้น กลับกันหากบิทคอยน์ในระบบมีมากเกินไป ความต้องก็จะทำให้มูลค่าลดลง

ที่มาภาพ kowit.org

บิทคอยน์ (Bitcoin) มีความเสี่ยงและความปลอดภัยไหม

แน่นอน การหาเงินใน บิทคอยน์ ด้วยสกุลเงินดิจิทัลประเภทนี้มีความเสี่ยงมากเช่นกัน เพราะเหตุ ค่าเงิน บิทคอยน์ ที่มีความผันผวนสูง เป็นช่องทางการฟอกเงินอีกหนึ่งรูปแบบที่ง่ายเช่นกัน รวมทั้งยังเป็นช่องโหว่ ให้เกิดการโจรกรรมทางอินเทอร์เน็ต เพราะไม่มีการระบุข้อมูลของผู้ใช้ ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการที่บิทคอยน์ไม่มีตัวตนจริง จึงมีโอกาสสูญหายได้หากถูกโจมตีจากไวรัสที่ต้องการเข้ามาป่วนระบบ รวมถึงการที่ธนาคารกลางของประเทศหลายประเทศยังไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินในระบบให้มีความเสถียรภาพ

บิทคอยน์ (Bitcoin)ในประเทศไทยถูกกฎหมายไหมและเป็นที่ยอมรับแล้วรึยัง

เป็นที่ยอมรับแล้วว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ได้ออกมาให้ความชัดเจนแล้วว่า สามารถซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยต้องผ่าน 7 สกุลเงินดิจิทัลที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งบิทคอยน์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น