ค้าขายอย่างไรให้รวยเหมือนคนจีน เชื่อได้ว่าชาวจีนเป็นชนชาติหนึ่งเดียวที่ค้าขายเก่งที่สุดในโลก อาชีพค้าขายจึงอยู่ในสายเลือดคนจีนมาตั้งแต่เกิด แต่คนไทยยึดอาชีพรับราชการ ทำไรนา ใช้พื้นที่ดินเป็นแหล่งทำกิน แต่ชาวจีนเปลี่ยนพื้นที่ดินทำกินเป็นสมรภูมิรบทางการค้า

ด้วยวิสัยทัศน์ผู้นำทางด้านการค้าคนจีนคิดอะไรเป็นเงินเป็นทองได้หมดหาเงินได้เก่งรู้จักการแวงแผนลงทุนอย่างฉลาดเป็นนักคิดสร้างฝันสู่ความสำเร็จ นอกจากคำว่าขยันอดทนเป็นเลิศด้วย แล้วคนจีนยังมีอะไรหลายๆอย่างสอนให้เราต้องรู้

การค้าขายของคนจีนยึดหลักคุณธรรม

สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดของคนจีนในเรื่องทำการค้า นอกจากจะต้องฉับไวด้วยแล้วจะต้องยึดหลักคุณธรรมเป็นหลักไว้ด้วย เพราะเชื่อได้ว่า คุณธรรม สามารถสะท้อนผลกรรมแห่งความดีไว้ให้ลูกหลานยึดถือและปฏิบัติตาม ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งลูกหลานจะได้รับกรรมดีที่ตนเคยสร้างไว้ในอดีตและยังช่วยให้ลูกหลานได้รับความยกย่องสรรเสริญไปด้วย

ชาวจีนยึดถือคุณธรรม ความสื่อสัตย์สุจริตในการค้าเป็นอย่างยิ่ง รักษาคำพูดเหมือนรักษาเกียรติของตนเอง ด้วยการวางแผนงานที่รอบคอบ มีบริการต้อนรับขับสู้ต่อลูกค้าเป็นอย่างดี อีกทั้งมีแนวทางการเป็นนักคิด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตนเอง หรือ วิสัยทัศน์ของพ่อค้าที่ดี สามารถถ่ายทอดประสบการณ์สอนลูกหลานของตนให้ยึดถือและปฏิบัติตาม จะเห็นได้ว่า การค้าของคนจีน จัดให้อยู่ในรูปแบบ การค้าขายแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยโดยยึดคุณธรรมเป็นข้อกำหนด ค้าขายแบบพึ่งพาอาศัยกันถึงแม้จะเป็นญาติพี่น้องกัน ทำการค้าแบบเดียวกัน ก็จะยอมลดทิฐิให้กัน ยอมให้หยิบยืมสินค้าหรือเงินทอง หากตกอยู่ในสภาวะย้ำแย่หมดหนทาง

ความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัวชาวจีนให้ความสำคัญเป็นที่หนึ่ง เมื่อพี่น้องหรือญาติของตนมีปัญหา ถึงแม้จะไม่ถูกกัน โกรธและเกลียดกันแบบเข้าไส้ ก็จะยินยอม ยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะชาวจีนจะไม่ยอมทอดทิ้งกัน นี่คือ คุณธรรมที่สำคัญข้อหนึ่ง ที่จะเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง หากไม่ใช่พี่น้องกันไม่ใช่ญาติกันก็จริง แต่เคยได้รับความช่วยเหลือกัน เมื่อถึงเวลาการตอบแทน ชาวจีนจะยึดถือเรื่องบุญคุณต้องตอบแทน ก็ต้องไม่ลืมบุญคุณคนเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อได้ว่าการตอบแทนผู้มีคุณ จะช่วยหนุนนำชีวิตของตนให้ประสบความสำเร็จและรุ่งโรจน์อย่างที่สุด

การหาเงินของคนจีน

ในโลกใบนี้ยังมีหนทางหาเงินมากมายหลายวิธี แต่ทุกๆวิธี เค้าจะมีจุดหนึ่งร่วมกันที่คือ ปรับเปลี่ยนการค้าของตนเองให้เป็นไปตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ชาวจีนก็สามารถแก้ไขและดัดแปลงการค้าของตนเองให้เป็นไปตามนั้นและเป็นไปด้วยดี  ตัวอย่าง น้ำท่วมใหญ่เมื่อสมัยก่อน ชาวจีนก็ได้นำสินค้าที่จำเป็นมาค้าขายให้กับผู้ได้รับความเดือนร้อนจากน้ำท่วม หรือ กรณียุคเงินดอลลาร์สหรัฐวิกฤต ชาวจีนก็จะปรับเปลี่ยนการค้าของตนเองให้เป็นไปไปตามสภาวการณ์และหลักฐานที่มั่นคง แต่การทำเช่นนี้ ดูเหมือนเป็นการฉวยโอกาส แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น แนวคิดเช่นนี้เรียกได้ว่า การช่วงชิงโอกาสทองด้วยปัญญาไหวพริบในโลกธุรกิจการค้านั่นเอง

ปรับเปลี่ยนการค้าในรูปแบบใหม่แต่คงยึดเอกลักษณ์เดิมไว้

ชาวจีนนอกจากดูทิศทางการค้าของตนเองแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ ยึดหลักการค้าเดิมของตนเองไว้ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าใหม่ๆ ตัวอย่าง หากมีใครขายเสื้อผ้า ก็พัฒนาเป็นร้านตัดเสื้อ ใครเปิดร้านตัดผม ก็พัฒนาเป็นร้านวิคผม หรือ ร้านตัดผมออกแบบทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงกิจการให้ดีขึ้น ต่อยอดอาชีพเดิมให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อยนั่นเอง

นักธุรกิจผู้ร่ำรวยไม่ว่าชนชาติใดส่วนใหญ่จะไม่ปิดกั้นโอกาสทองของตนเอง ต้องเป็นนักคิดนักแสวงหาความรู้ให้ตนเองเสมอ โดยเฉพาะสินค้าที่มีอยู่มากมายหลายชนิดเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา สินค้าไหนขายดีขายไม่ดี สินค้าไหนอยู่ในกลุ่มใดของผู้ซื้อ สินค้าไหนกำลังตกยุคและกำลังหมดความต้องการของตลาด นักธุรกิจ ต้องวิเคราะห์และเจาะลึกลงไป ในเรื่องของสินค้าและมองการตลาดกลุ่มผู้ซื้อให้ออก การวิเคราะห์จุดนี้สำคัญมากชาวจีนผู้ร่ำรวยมักจะวิเคราะห์ข่าวสารข้อมูลต่างๆและประกอบด้วยการพิจารณาโดยการออกสำรวจตลาดการค้า ดูว่าขณะนี้ตลาดการค้าต้องการอะไรขาดอะไรเพื่อตามตลาดการค้าให้ทัน

คนจีนไม่เดินตามรอยเท้าผู้อื่นแต่อาศัยการแกะรอยเท้า เพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า

การเดินตามลอยเท้าผู้อื่น หรือ การทำแบบเดียวกันกับผู้อื่นผู้ที่ร่ำรวยเป็นสิ่งดี แต่อย่างไรก็ต้องเดินหลงทางบ้างผิดทางบ้าง แต่ชาวจีนจะไม่เดินตามรอยเท้าทุกก้าวไป แต่จะอาศัยการแกะรอยเท้า เพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า นำสิ่งวิเศษสุดที่มีอยู่ผสมผสานกันระหว่างความคิดของตนเองแล้วทำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดผลดีเยี่ยม

การค้าของคนจีนรักษาเครดิตของตนเองและไม่จำเป็นอย่าให้หนี้สูญ

การเป็นหนี้ช้าเร็วก็ต้องจ่ายแต่อย่าให้หนี้สูญ นี่คือประโยคที่ไม่มีใครอยากได้ยิน หากเราไปทวงหนี้กับลูกหนี้ ในบางครั้งเกิดควบคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่ ลูกหนี้เกิดความอับอายและไม่พอใจ ก็อาจจะเกิดการตัดขาดการติดต่อค้าขายกันไปอย่างแน่นอน การทวงหนี้ที่ดีที่สุด ชาวจีนมักให้ความสำคัญในการ พูดคุยเจราต่อรอง การผ่อนผันชำระหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสใช้หนี้ และหาทางออกที่ดีและเหมาะสมร่วมกัน ดีกว่าสูญหนี้ก็จะไม่ได้อะไร ฟ้องร้องก็ไมได้อะไร ยึดอะไรก็ไม่มีให้ยึด มันไม่มีผลดีอะไรขึ้นมา

หากเจ้าหนี้ตกอยู่ในสภาพลูกหนี้ดูบ้าง ชาวจีนผู้ร่ำรวย อย่างไรเขาไม่ยอมเสียเครดิตทางการค้าแน่นอน เพราะการเสียเครดิตเป็นเรื่องใหญ่เสียเชื่อเสียงตามไปด้วย ซึ่งจะต้องหาวิธีการหาเงินมาใช้หนี้โดยวิธีการต่างๆ เช่น ยอมขายทรัพย์สินต่างๆของตนเอง หากไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว ก็ยอมเสียหน้าไปขอยืมเงินจากญาติพี่น้องของตนเอง เพื่อนำเงินไปใช้หนี้พลางๆก่อน ซึ่งจะเป็นหลักการดินผอกหางหมูแน่นอน

ชาวจีนให้ความสำคัญเกี่ยวกับญาติพี่น้องของตนเอง ถึงแม้จะไม่ชอบกัน โกรธกันแค่ไหน เกลียดเข้าไส้ ถึงเวลาลำบาก ทุกข์ยากแบบสุดๆเขาจะไม่ทอดทิ้งกัน ก็ยืนมือเข้ามาช่วยเหลือให้กัน นี่คือความรักใคร่ปรองดองของคนจีน

คติการค้าของคนจีน ขยัน อดทน และขยับขยาย กล้าได้กล้าเสีย

ชาวจีน คำว่า” ผู้ค้าคุณภาพ” เป็นสิ่งที่ต้องอยู่คู่กันมาตลอดและเป็นที่ประจักษ์ทราบกันดีว่า ความขยัน อดทนเป็นเลิศ คือหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะนำพาชีวิตสู่ความสำเร็จร่ำรวยในที่สุด และชาวจีน ในบางครั้งถูกกล่าวขานว่า “เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์สร้างฝันให้เป็นจริงและนักแก้ปัญหา”อดทนอดกลั้น ต่อการติดต่อ ซื้อหาแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่าและสิ่งที่สำคัญที่สุด คือใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่มีอยู่ เจราชักจูงเพื่อให้เกิดการยินยอม ซึ่งในบางครั้ง แสร้งโง่ดูเหมือนเสียเปรียบ แต่ความจริงแล้วไม่ได้อย่างที่คิด นี่คือ แนวคิด การสร้างฝันให้เป็นจริง “กล้าได้กล้าเสีย” เพื่อให้ได้สิ่งตอบแทนทีดีกว่า

คนจีน นอกจากจะมีความ ขยัน อดทน อดกลั้นเป็นเลิศแล้ว มักจะสร้างรากฐานแห่งความมั่นคงเพิ่มขึ้นด้วย หากธุรกิจที่ทำอยู่มีโอกาสร่ำรวยขึ้น ก็จะเริ่มขยับขยายกิจการของตนเอง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แต่จะไม่ก้าวเร็วจนเกินไป ขยับขยายที่ละน้อยๆอย่างค่อยเป็นคอยไป ไม่เร่งรัดแต่คุมจังหวะให้ดี กันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ชั่วชีวิตยึดถือคำว่ารอบคอบเป็นหลัก และคำนึ่งถึงคำว่า ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นสัจธรรมที่แน่นอนที่สุด

การเจรจาสนทนาของนักธุรกิจคนจีนเป็นอย่างไร

หัวข้อสำคัญที่สุดในการสนทนาการค้าของชาวจีน คือ พูดคุยในเรื่องการทำธุรกิจของคนในแวดวงเดียวกัน และข่าวสารเศรษฐกิจ ข่าวเหตุบ้านการเมือง เพื่อสรุปวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการลงทุน

ชาวจีนให้ความสำคัญที่สุดในเรื่องของข่าวสาร คือ วิเคราะห์ข่าวทีได้มาและแหล่งข่าวที่หน้าเชื่อถือ หรือไม่ ข่าวสารที่มีข้อมูลเท็จจริงอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ข่าวโคมลอยหลงผิด เพราะข่าวสารที่ดีที่สุดถูกต้องแม่นยำที่สุด เปรียบเสมือนอาหารอันโอชะของเหล่านักธุรกิจ หัวข้อรองลงมา ของการสนทนาของชาวจีนคือการดำเนินชีวิตประจำวันเรื่องสัพเพเหระต่างๆซึ่งในบางครั้ง เหมือนคุยโอ้อวดไร้สาระหากจับประเด็นดีๆจะเข้าใจว่าเป็นการเสนอเรื่องราวดีๆเพื่อให้เรานำเอาไปใช้เป็นบทเรียน ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดกับตนเอง

เคล็ดลัดการเกร็งกำไรของคนจีน ซื้อเมื่อเขาอิ่ม ขายเมือเขาหิว

การตัดสินใจฉับไวรวดเร็วจนเกินไปนัก อาจนำมาสู่ความหายนะ เพราะจะเกิดการผิดพลาดได้ง่าย นักรุกิจที่มองการไกลจะรู้ทันทีว่า โอกาสไหนคือโอกาสทองที่แท้จริงและต้องไขวขว้าให้ได้ก่อน โอกาสไหนไม่ควรเสี่ยง หากโอกาสทองมาเยือนถึงถิ่นในขณะที่ผู้ค้าหรือบุคคลอื่นกำลังลำบาก ก็ต้องวางแผนรับมือเอาไว้ โดยหาซื้อที่ดิน ซื้อตึกแถว สร้างห้องเช่าให้คนเช่า หากได้กำไรน้อยก็ให้เสมอตัว อีกทั้งเตรียมหนทางป้องกันชีวิตตนเองอยู่ในสภาวะตกต่ำ ย่ำแย่ นี่คือ “แนวความคิดการวางแผนการลงทุนแบบพยายาม”

การดำเนินวิถีชีวิตทางการค้าของคนจีน

ชาวจีนนอกจาก มีความคิดสร้างสรรค์ มีหัวทางการค้า มีความขยัน อดทนเป็นเลิศด้วยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ชาวจีนทุกคนยึดถือที่สุดคือ นับถือศรัทธาบูชาเทพเจ้า ตัวแทนแห่งการดำเนินชีวิต3รูปแบบ เทพเจ้ากวนอู เทพแห่งความสื่อสัตย์ เทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ ซิง เอี้ย  โดยอาศัยหลักคำสอนของเทพเจ้าในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อถือของแต่ละบุคคลและชาวจีน มีความเชื่อที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สอนลูกหลานสืบต่อกันมา คือ การเรียนรู้ความผิดพลาดและประสบการณ์ชีวิตคนอื่นเป็นแบบอย่าง และเชื่อว่าคนเก่งย่อมเป็นครูและบันไดขั้นแรกของชีวิต คือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ ความสุขุมรอบคอบ ใจเย็น ใจหนักแน่น ใจมีหลัก ทำสิ่งใดช้าแต่ให้มั่นคง ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขาดสติชีวิตย่อมวิบัติ