ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยลดความยุ่งยากและภาระในการเดินทางไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเหมือนแต่ก่อนแต่จะทำผ่านหน้าจอบนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราแบบง่ายๆโดยทำไม่กี่ขั้นตอนไม่กี่นาทีก็ยื่นภาษีเสร็จทันที ... อ่านเพิ่มเติม...



ก่อนทำประกันชีวิตกับบริษัทใดๆเราควรมีความรู้พื้นฐานของตนเองไว้ก่อน เพราะปัจจุบันประกันชีวิตมีหลายตัวเลือกและมีนโยบายของบริษัทประกันที่แตกต่างกันไป ประกันชีวิตจึงเป็นสินค้าทางการเงินแบบหนึ่ง ซึ่งเราอาจต้องฝากชีวิตและอนาคตไว้ทั้งหมด กับบริษัททำประกัน เพราะมันคือสิ่งที่เราควรรู้

ประกันชีวิตคืออะไร

ประกันชีวิตหรือกรมธรรม์ชีวิต ในทางกฎหมาย คือ สัญญาค่าตอบแทนระหว่างผู้ทำประกัน(ผู้เอาประกัน)กับทางบริษัทประกันชีวิต โดยผู้เอาประกันมีหน้าที่ จ่ายเงิน (เบี้ยประกัน)ให้ทางบริษัทประกันชีวิตหากผู้เอาประกันชีวิต เสียชีวิตลงหรือสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ สูญเสียรายได้ ทางบริษัทประกันชีวิตจะยินยอมจ่ายเงินทดแทนตามเงือนไขในกรมธรรม์ ตามที่ได้ตกลงกันไว้

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การทำประกันชีวิต เป็นการเฉลี่ยความเสียหาย ไม่ว่าผู้เอาประกัน จะมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ จะเกิดขึ้นคนหนึ่ง หรือ อีกหลายๆคน บริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่กระจ่ายความเสี่ยง ระหว่างผู้เอาประกันทั้งหมด จ่ายเงิน “เบี้ยประกัน” ให้แก่บริษัทประกันชีวิต เป็นเงิน “ทุนกองกลาง” เมื่อผู้เอาประกันได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เอาประกัน บริษัทประกันชีวิตก็จะนำเงิน กองกลาง ไปชดใช้ตามจำนวนกรมธรรม์

ประกันชีวิตมีกี่แบบและแบ่งเป็นกี่ประเภท

สิ่งหนึ่งสำหรับคนทำประกันอยากรู้ ว่าประกันชีวิตมีกี่แบบ แล้วควรเลือกแบบไหนดีที่สุด ดีอย่างไรให้เหมาะสมกับใจของเรามากที่สุด อุ่นใจที่สุด โดยประกันชีวิตมีรูปแบบพื้นฐาน 4 รูปแบบและแบ่งแยกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ผู้เขียนขออภิบายให้เข้าใจแจ่มแจ้งดังนี้

ประกันชีวิตมีรูปแบบพื้นฐาน 4 รูปแบบ

1.ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

2.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

3.ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

4.ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ

1.ประกันชีวิตแบบตลอดชีพมีวัตถุประสงค์อย่างไร

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ มีวัตถุประสงค์ ทำไว้ เพื่อลูกหลาน เป็นผู้รับผลประโยชน์ เป็นมรดกได้มีเงินทุนไว้ใช้ในภายภาคหน้า รวมทั้งได้เงินมารักษาพยาบาลยามเจ็บไข้ได้ป่วยของตนเอง หากเสียชีวิตลง บริษัททำประกันจะยินยอนจ่ายค่าทำศพให้กับผู้เอาประกัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนอื่น ประกันชีวิตแบบนี้ จะเป็นแบบที่เราต้องจ่ายเบี้ยไปสักระยะหนึ่ง 10ปี20ปีแล้วจะได้เงินทุนจากประกันไปตลอดชีวิตของเรา ซึ่งอาจจะสิ้นสุดที่เราอายุ 85 หรือ 99 ปี เราก็จะได้เงินทุนกลับมาใช้ วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งของประกันชีวิตแบบนี้ คือ ทำไว้เพื่อคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัว บริหารความเสี่ยงและไม่ต้องการให้เงินของตนเองลงทุนทำประกันชีวิตสูญเปล่า จึ่งเป็นที่นิยมทำประกันประเภทนี้มากที่สุด              

2.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์มีวัตถุประสงค์อย่างไร

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ มีวัตถุประสงค์ คุ้มครองชีวิตผสมกับการออมทรัพย์ ให้แก่ผู้เอาประกัน เมื่อชีวิตอยู่ครบตามกำหนดสัญญา ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นที่นิยมเช่นกัน เพราะเมื่อจ่ายเบี้ยประกันไปแล้วจะได้รับเงินคืนมากกว่าเบี้ยที่เราจ่ายไป และสามารถรู้ล่วงหน้าชัดเจนเลยว่า ต้องจ่ายเบี้ยทั้งหมดกี่ปี แล้วจะได้เงินสดคืนในปีไหน แต่ส่วนใหญ่จะได้ 2-4% ต่อปีเท่านั้น มากกว่านี้ต้องศึกษาให้ดีก่อน และสิ่งสำคัญที่สุด ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะจ่ายเงินให้กับผู้เอาประกันเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดตามสัญญาหรือจ่ายเงินให้กับผู้รับผลประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย

3.ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา มีวัตถุประสงค์อย่างไร

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา มีวัตถุประสงค์ คุ้มครองความเสี่ยงจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพียงอย่างเดียว ตามระยะเวลาในกรมธรรม์ระบุไว้เช่น 1 ปี 5 ปี 10 ปี 20 ปี ไม่มีรูปแบบสะสมทรัพย์เข้ามาผสม จึงมีรูปแบบเดี่ยวกันกับสัญญาประกันอัคคีภัย ไม่มีเงินเหลือคืนให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่ครบกำหนดสัญญา สมมุติว่า เราต้องการคุ้มครองที่เงิน 1,000,000 บาท ในเวลา 3 ปี เราก็จ่ายเบี้ยประกันครั้งเดียว หากเราเสียวชีวิตภายในเวลา 3 ปี คนข้างหลังจะได้รับเงินสด 1,000,000 บาท ไปเลย ประกันชีวิตแบบนี้เหมาะสำหรับบริหารความเสี่ยงเท่านั้น เพราะเป็นเบี้ยประกันจ่ายทิ้ง จ่ายเฉพาะส่วนที่คุ้มครอง

4.ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ มีวัตถุประสงค์อย่างไร

ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ หรือ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ชื่อก็มีความหมายในตัวอยู่แล้ว ประกันชีวิตแบบนี้มีวัตถุประสงค์ บริหารความเสี่ยงเรื่องเงินไม่พอใช้ยามเกษียณ เช่น อายุ 55 ปี หรือ 60 ปี หลังจากนั้นก็จะได้เงินในแต่ละปีเรื่อยๆจนกว่า เราจะเสียชีวิตลง ตามอายุที่ตกลงกัน ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำหรือแบบบำนาญ ถึงแม้ผลตอบแทนจะไม่มาก แต่ก็เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะถอนเงินออกมาใช้ก่อนไม่ได้แต่จะมีเงินจ่ายให้เราอย่าสม่ำเสมอให้กับเราทุกเดือนในอนาคต

ประกันชีวิตแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

ประกันชีวิตแบ่งออกเป็น 4 แบบแล้ว ยังแบ่งแยกออกเป็น 3 ประเภท ตามพื้นฐานด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้เขียนอธิบายให้แจ่มแจ้งและเข้าใจง่ายที่สุดดังต่อไปนี้

1.ประกันชีวิตประเภทสามัญ

2.ประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม

3.ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม

1.ประกันชีวิตประเภทสามัญเป็นอย่างไร

เป็นประกันชีวิตที่มีจำนวนเอาเงินประกันค่อนข้างสูงตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางขึ้นไป โดยชำระเบี้ยประกันรายปีและรายเดือนเช่น ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือ ทุกเดือน แล้วแต่แพ็กเก็ตประกัน ซึ่งบางบริษัทอาจตรวจสุขภาพผู้ทำประกันหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับ จำนวนเงินผู้เอาประกันและอายุของผู้ทำประกัน

2.ประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร

เป็นประกันชีวิตที่มีจำนวนเอาประกันค่อนข้างต่ำ คือ ประมาณ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง โดยทั่วไปกำหนดให้ชำระเบี้ยประกันเป็นแบบ รายเดือน และไม่ต้องตรวจสุขภาพ โดยมีเงื่อนไข กำหนดให้รอคอย 180 วัน เพื่อพิสูจน์สุขภาพของผู้เอาประกัน หากผู้เอาประกันเสียชีวิตลงภายในเวลาดังกล่าว บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเอาประกันภัยแต่จะจ่ายเบี้ยประกันที่เคยชำระมาแล้วทั้งหมดให้

3.ประกันชีวิตประเภทกลุ่มเป็นอย่างไร

ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม เป็นประกันชีวิตที่กรมธรรม์หนึ่งซึ่งจะมีผู้เอาประกันรวมตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไปส่วนมากเป็นกลุ่มพนักงานบริษัท อาจมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัท ของบุคคลในกลุ่มทั้งหมด เช่น อายุเพศ หน้าที่การงาน และจำนวนเงินเอาประกัน จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่า แบบสามัญ และแบบประเภทอุตสาหกรรม