ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยลดความยุ่งยากและภาระในการเดินทางไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเหมือนแต่ก่อนแต่จะทำผ่านหน้าจอบนมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราแบบง่ายๆโดยทำไม่กี่ขั้นตอนไม่กี่นาทีก็ยื่นภาษีเสร็จทันที ... อ่านเพิ่มเติม...



สำหรับคนที่มีรถยนต์นอกจากตรวจสภาพรถและเติมน้ำมันด้วยแล้วเบี้ยประกันถือว่าเป็นภาระหนักอย่างหนึ่งที่ต้องจ่ายทุกปีเบี้ยประกันรถจึงมีความแตกต่างกันตามจุดประสงค์ของผู้เอาประกันหากจ่ายเบี้ยราคาถูกความคุ้มครองจะน้อยกหากจ่ายเบี้ยประกันราคาแพงควมคุ้มครองจะได้ครบทุกกรณีซึ่งเป็นเหตุให้เราต้องเสียเงินจำนวนมากลองหาวิธีจ่ายเบี้ยราคาแพงให้ถูกลงแบบนี้ดูชิ

1. ระบุชื่อผู้ขับขี่รถยนต์คันที่ต้องการเอาประกันในกรมธรรม์

การที่เราระบุชื่อผู้ขับรถลงไปในกรมธรรม์ ช่วยให้เราประหยัดเบี้ยประกันให้เราได้ เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่มีรถขับมากเกินไป หากมีรถยนต์หลายคัน แต่ใช้ประจำไม่กี่คันก็จะเสียเบี้ยประกันรถเต็มจำนวนทุกคันโดยเฉพาะรถยนต์ประกันชั้น 1หรือ ประกันประเภทอื่น ซึ่งส่วนลดเบี้ยประกันที่ได้รับขึ้นอยู่กับอายุและรายละเอียดอื่นๆของผู้ขับขี่

ตัวอย่าง เบี้ยประกันรถและอายุผู้ขับขี่

อายุ 18-24 ปีส่วนลดเบี้ยประกัน5%
อายุ 25-35 ปีส่วนลดเบี้ยประกัน 10%
อายุ 36 ถึง 50 ปีส่วนลดเบี้ยประกัน15%
อายุ 50 ปีขึ้นไปส่วนลดเบี้ยประกัน 20%

2. ขับรถดีมีส่วนลดไม่มีประวัติเคลมมาก่อน

ข้อบังคับของ คปภ.ระบุไว้ว่า หากผู้ขับขี่รถยนต์ไม่มีประวัติการเคลมประกันอุบัติเหตุ 1 ปีที่ผ่านมารวมทั้งการเคลมประกันโดยที่เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุด 50% ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนบริษัทประกันแล้วก็ตามก็ยังสามารถดึงข้อมูลประวัติการเคลมจากบริษัทเดิมมาเพื่อพิจารณาตัวอย่างเช่น

หากขับรถดีตลอด 1 ปี ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 20% ในปีต่อไป

หากขับรถดี 2 ปีติดต่อกัน ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 30% ในปีต่อไป

หากขับรถดี 3 ปีติดต่อกัน ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 40% ในปีต่อไป

หากขับรถดี 4 ปีติดต่อกัน ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 50% ในปีต่อไป และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการเคลมประกัน

ถ้าหากว่าปีไหนที่คุณเคลมอุบัติเหตุ โดยคุณเป็นฝ่ายต้องรับผิด เบี้ยประกันอาจจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% แต่ถ้ามีอุบัติเหตุหลายครั้งติดกัน เบี้ยอาจจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในปีเดียวกัน แต่ทั้งนี้ ถ้าปีต่อไปไม่ได้เคลม (ขับรถดี) เบี้ยประกันก็จะถูกลง

3. ลดทุนประกันลดความคุ้มครองต่อลองราคาเบี้ย

ขอลดทุนประกันเนื่องจาก เบี้ยประกันสูงเกินไป ก็ต้องยอมรับความคุ้มครองที่ต่ำไปด้วย หากทำประกันชั้น 1 อยู่ก่อนแล้ว ก็ให้ ทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ สำหรับผู้ขับรถไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและถูกโจรกรรม ซึ่งจะได้เบี้ยประกันที่ถูกกว่าครึ่งแน่นอน แต่ก็ยังมีแพ็คเกจเสริมซึ่งเราสามารถสอบถามเซลล์หรือตัวแทนขายประกันแต่ละบริษัทหรือต่อลองเบี้ยประกัน ซึ่งอาจทำได้

4. จำกัดความคุ้มครองให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้รถ

รถยนต์ทุกคันต้องมีการคุ้มครองตาม มาตรฐานต้องมีประกันตามพรบความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกซึ่งเราสามารถซื้อประกันรถยนต์เพิ่มในภายหลังและซื้อตามพฤติกรรมการใช้รถของคุณ เช่นจอดรถยนต์ไว้แต่ในบ้านมากกว่านำรถออกไปขับบนท้องถนน ก็เลือกแบบแผนประกันรถ ประหยัดเบี้ยประกันรองลงมาคล้ายๆกับลดทุนประกันนั่นเอง

5. ให้ข้อมูลรถยนต์ของคุณกับตัวแทนประกันอย่างครบถ้วน

ก่อนที่จะมีการตกลงเลือกแผนประกันรถ ควรให้ข้อมูลที่จำเป็นกับตัวแทนขายประกันรถ เช่น ประวัติการเคลม หากรถยนต์ของคุณประดับตกแต่งอะไรบ้างทั้งในรถนอกรถและเครื่องยนต์ ควรให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน เนื่องจากตัวแทนประกันจะช่วยหาแพ็คเกจที่เหมาะสมให้กับรถของคุณ ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดเงินลดเบี้ยประกันและปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

6. เลือกรับค่าเสียหายส่วนแรกให้สูงขึ้น

เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดเบี้ยประกันเป็นอย่างดีสำหรับผู้ขับขี่ปลอดภัยหรือผู้ขับขี่รถดีด้วยกันซื้อ Deductible (Excess) เป็นการรับค่าเสียหายส่วนแรกยิ่งจ่ายมากค่าเบี้ยประกันจะลดลง มาก ตามไปด้วย

ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร

ค่าเสียหายส่วนแรกบนหน้ากรมธรรม์คือค่าที่ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์กับบริษัทประกันภัยหากเกิดอุบัติเหตุแล้วตนเป็นฝ่ายผิดไม่สามารถแจ้งคู่กรณีได้

ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันค่าเสียหายส่วนแรก

ผู้เอาประกันเลือกรับค่าเสียหายส่วนแรกไว้ที่ 1,000 บาทเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วตนเองเป็นฝ่ายผิดและมีค่าซ่อมประมาณ 5,000 บาทผู้เอาประกันจะต้องจ่ายเองส่วนแรก 1,000 บาทส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะจ่ายเองทั้งหมด ถ้าค่าซ่อมน้อยกว่าค่าเสียหายส่วนแรกผู้เอาประกันควรจ่ายเองดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียประวัติการเคลม แต่ถ้าหากผู้เอาประกันไม่ได้เป็นฝ่ายผิดบริษัทประกันจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าซ่อมทั้งหมดตามความคุ้มครองในกรมธรรม์

ค่าเสียหายส่วนแรกหรือเป็นข้อดีในการประหยัดเบี้ยประกันเพราะช่วยให้จ่ายเบี้ยน้อยลงโดยค่าเสียหายส่วนแรกยิ่งสูงค่าเบี้ยประกันยิ่งลดลงคือผันแปรตามกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของผู้เอาประกันและผู้ขับขี่แต่ละบุคคล

7. ใช้เครื่องมือเปรียบเทียบประกันรถยนต์ แล้วเลือกเบี้ยถูกที่สุด

ประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยการดูราคาเบี้ยประกันรถหลายๆบริษัทในประเทศไทย หรือ ใช้เครื่องมือเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงใจที่สุดไม่สูญเงินเปล่าในภายหลัง

8. ติดตั้งกล้องรถยนต์

เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกนโยบายว่า กล้องหน้ารถยนต์สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเบี้ยได้ โดยรู้ใจ ได้ให้ส่วนลดสำหรับผู้ที่ระบุติดกล้องหน้ารถยนต์สูงสุด 10%