สารเคมีมีประโยชน์ในการผลิตสินค้าอุปโภคหลายชนิด เช่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน หลายคนเข้าใจว่าสารเคมีเป็นพิษร้ายแรง จะอยู่แต่ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือปะปนลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเรา แต่ความจริงแล้ว ของใช้ในบ้านเรานี่แหละ คือแหล่งรวมสารพัดสารพิษปนมากับของใข้ มาดูก่อนว่าอยู่ในอะไรบ้างอันตรายแค่ไหน

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

สารเคมีที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดครัวเรือน คือ สารกันเสีย (Preservative) ผสมอยู่เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์ หากร่างกายสะสมและสัมผัสสารตัวนี้ในปริมาณมาก จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็ง

ผลิตภัณฑ์ น้ำยาซักผ้าและแชมพูสะผม

สารเคมีที่ผสมในน้ำยาซักผ้าและแชมพูสะผม คือ ไดออกเซน (1,4 Dioxane) จะมี ส่วนประกอบของโพลี เอธิลีน ไกคอล (Polyethylene Glycolหรือ PEG)เป็นตัวทำละลายในการผลิตสารเคมี หากสัมผัสสารชนิดนี้ทางผิวหนังหรือสูดดมเข้าสู่ร่างกายบ่อยๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและอาจเป็นโรคมะเร็งด้วย

ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะมีสารเพิ่มฟอง จะมีสาร โซเดียม ลอริล อีเธอร์ ซัลเฟต (Sodium Lauryl Ether Sulfate : SLES) ส่วนใหญ่ผสมอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน รวมไปถึง ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทั่วๆไป แชมพูสระผม สบู่เหลวอาบน้ำ โดยมีความเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ยี่ห้อไหนที่มีฟองมากๆสินค้านั้นมีความสะอาดมากน่าเป็นที่นิยมน่าเชื่อถือและมีคุณภาพดี แต่แท้จริงแล้ว สารเพิ่มฟองในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองต่อผิว รู้สึกมีอาการคัน ผิวแห้ง ลอกได้


ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้าขาว

สารเรืองแสง (Optical brightness) ผสมอยู่ในน้ำยาซักผ้าแทบทุกชนิด ช่วยลวงตาทำให้ผ้าดูขาว สะอาด ไม่มัวหมอง หากสะสมในร่างกาย และสัมผัสสารชนิดนี้บ่อยครั้ง จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง หากหายใจเข้าไปบ่อยๆ ก็จะทำให้เจ็บคอ ไอ นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม

 สารเพิ่มความนุ่ม ฟูให้กับเนื้อผ้า โดยสารเพิ่มความนุ่มฟู คือ ควอท (Quats) เป็นส่วนผสมหลักในน้ำยาปรับผ้านุ่มทั่วไป ซึ่งสารตัวนี้ก็คือ น้ำมัน โดยน้ำมันนี้จะยังคงติดทนอยู่ในเนื้อผ้า แม้ว่าจะผ่านการซักน้ำและรีดแล้วก็ตาม น้ำมันนี้ อาจซึมเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง หรือการสูดดม ก่อให้เกิดการระคายเคือง และอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

ผลิตภัณฑ์ น้ำหอม สังเคราะห์

สารก่อภูมิแพ้ จัดเป็น 1 ใน 5ที่จะเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ อยู่ในผลิตภัณฑ์แทบทุกชนิดโดยเฉพาะ น้ำยาปรับผ้านุ่ม และ น้ำหอมสังเคราะห์ หากใช้มากเกิน อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นโรคภูมิแพ้ และอาจกลายเป็นมะเร็งได้ 

สารจากเครื่องเฟอร์นิเจอร์

เครื่องเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ภายในบ้าน สำนักงานปรเภทเฟอร์นิเจอร์ไม้ ตรวจพบสารฟอร์มาลดีไฮด์ตกค้าง และสารเคลือบเงาเช่น โทลูอีน ไซลีน และ เอธิลเบนซิน และสารตะกั่ว หลุดลอกจากเฟอร์นิเจอร์ หรือผนังอาคารปนมากับฝุ่นผงในอากาศ เมื่อสูดดมเข้าไปบ่อย ๆ จะมีอาการระคายเคืองจมูกและลำคอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ระคายเคืองต่อผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจ เบื่ออาหารแล้ว หากร่างกายสะสมสารเหล่านี้เป็นเวลานาน มากจะมีผล คือ ปวดท้องรุนแรง ทำลายสมอง ไต ระบบการย่อยอาหาร

สารจากน้ำยาลบคำผิดและกาว

มีทินเนอร์และสารประกอบอินทรีย์เคมีชนิดต่าง ๆมีส่วนผสมของสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะมี สารโทลูอีน เบนซิน และสไตลีน ซึ่งมีกลิ่นพิเศษ ซึ่งสามารถระเหยปะปนในอากาศได้ง่าย  หากสูดดมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้โครโมโซมในเม็ดเลือดผิดปกติ ระคายเคืองต่อตาผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ วิงเวียน หน้ามืด มีผลกระทบต่อประสาทส่วนกลาง และเสียการทรงตัว จนถึงขั้นเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด

ฝุ่นละอองในสำนักงาน จากเครื่องถ่ายเอกสาร

เกิดจากผงหมึกที่กระจายออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสาร ฝุ่นจากเยื่อกระดาษที่พบตามเอกสาร บนโต๊ะทำงาน หรือกระดาษปิดผนังหรือวอลเปเปอร์ โดยฝุ่นเหล่านี้สามารถเข้าไปสะสมในปอดได้ หากได้รับสารพิษแบบนี้จะมีอาการไอ จาม ระคายเคืองต่อตา จมูก และคันผิวหนัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือโรคหอบหืดได้

สารเคมีจากคอมพิวเตอร์

สารเคมีจากจอคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ โดยสารเคมี Triphenyl Phosphate ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในจอวิดีโอหรือปากกาเคมี ตลอดจนสเปรย์ปรับอากาศ ซึ่งมีกลิ่นจากสารเคมี หากได้รับสารเหล่านี้ จะมีอาการ ระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูกและตาได้

สารพิษจากควันไอเสียจากรถยนต์

สารพิษจากท่อไอเสีย คาร์บอนมอนอกไซด์ จากรถยนต์ที่วิ่งอยู่ตามถนน เป็นสารพิษเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพของคุณแม่แย่ลงได้ ถ้าได้รับปริมาณน้อย ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หายใจ หอบสั้น คลื่นไส้ ง่วงซึม มีความสับสน แต่ถ้าในระดับความเข้มข้นที่สูงมาก ๆ ก็ทำ หมดสติและเสียชีวิตได้