การซื้อรถยนต์ไว้ใช้สักคันหนึ่ง เป็นภาระหนักสำหรับใครบางคน ต้องวางแผนการออมเงินให้ดีและศึกษาเรื่องการเลือกรถให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน การซื้อรถยนต์ไม่เหมือนการซื้อบ้านและที่ดิน ซึ่งมีแต่ขึ้นราคาหากตั้งอยู่ในทำเลทองก็มีโอกาสได้กำไรมาก แต่รถยนต์ซื้อมาใหม่ออกโชว์รูมหรือร้านขายในวันแรก ก็จะเป็นรถเก่าราคาตกไว อีกทั้งต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่และยังมีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้องกับการเงินซึ่งเป็นเรื่องที่คุณต้องรู้

ค่าประกันภัยรถยนต์ หรือ พ.ร.บ. และค่าต่อทะเบียนรถยนต์

เป็นค่าใช้จ่ายรายปีที่ต้องจำใจ ยอมทำประกันภัยคุ้มครองทั้งคนทั้งรถให้ปลอดภัย ซึ่งสามารถเลือกทำประกันภัยได้หลายบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่รถใหม่ป้ายแดงทุกค่ายดัง ถอยออกมาใหม่ๆจากโชว์รูม จะมีประกันภัยรถยนต์แถมมาให้ก่อนแล้ว และมักจะเป็นประกันชั้น1สะด้วย

ช่วยให้ลูกค้าอบอุ่นใจในเรื่องการประกันคุ้มครองความเสี่ยง เรียกได้ว่าซื้อรถยนต์แถมประกันภัย ซึ่งอย่างไรก็ต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาเมื่อสิ้นสุดเงื่อนไข ค่าประกันภัยรถยนต์ชั้นที่ 1มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 10,000-25,000 บาท/1ปี ตามขนาดของรถ หากเลือกประกันภัย ชั้นที่2หรือ3และ3+ การคุ้มครองความเสี่ยงจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ ทุนทรัพย์ของคนมีรถและประเภทรถยนต์ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-6,000บาท/1ปี อัตราการเสียภาษีรถขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ประเภทรถ รุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) น้ำหนักรถ หรืออายุรถ

ค่าซ่อมบำรุงไตรมาสรถยนต์ หรือ ค่าบำรุงตามรอบ

ค่าบำรุงตามรอบหรือค่าบำรุงไตรมาสรถยนต์ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง เปากรองอากาศ หากอยู่ใกล้บ้านอยู่ใกล้อู่ซ่อมรถเป็นช่างรู้จักกันด้วยยิ่งดี ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องเข้าศูนย์ หากทำเองได้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากเช่นกัน

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ใหม่ คิดเฉลี่ยเป็นระยะทาง 10000 กิโลเมตรขึ้นไป ส่วนรถยนต์เก่ามือสอง คิดเฉลี่ยเป็นระยะทาง 5000 กิโลเมตรซึ่งผู้ใช้รถยนต์ต้องหมั่นเช็คระดับน้ำมันเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะอยู่ประมาณ 1,000-4,000บาท

ค่าซ่อมบำรุงใหญ่รถยนต์รายรอบหรือตรวจเช็คสภาพรถยนต์ครั้งใหญ่

นอกจากค่าบำรุงไตรมาสรถยนต์แล้ว จะต้องตรวจสภาพรถยนต์เช็คเครื่องยนต์ครั้งใหญ่ โดยเข้าศูนย์ เพื่อตรวจสอบเครื่องยนต์ ดูความสึกหรอที่เกิดกับรถยนต์ของเรา(เป็นกล่องดวงใจรถยนต์สะด้วย)ซึ่งจะต้องเตรียมเงินรอจ่ายโดยประมาณ10,000-30,000 บาท รวมทั้งการเปลี่ยนยางรถยนต์ทั้ง4เส้น 7,000-30,000 บาท ซึ่งจะเปลี่ยนครั้งหนึ่ง 3-4ปี แล้วแต่การใช้งานยางสึกหรอ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนกับเงินที่ต้องเสียไป

 

ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์หรือน้ำมันรถ

สิ่งสำคัญที่ขาดกันไม่ได้ คือน้ำมันรถ หรือ น้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ คำนวลอัตราการเผาผลาญน้ำมันจากเครื่องยนต์วัดกันที่ระยะทางการขับขี่ หากเป็นรุ่นใหม่รอบจัดแรงม้าสูงๆแน่นอนยอมกินน้ำมันมากเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ยังพอมีข้อมูลบอกเป็นตัวเลขตามการใช้งานจริงที่หน้าจอ ให้ยึดตัวเลขมาคำนวลเป็นค่าน้ำมันได้เลย หากเป็นรถยนต์ชนิดอื่นและต้องการเน้นในเรื่องการประหยัดน้ำมัน ให้สอบถามผู้ที่ใช้รถรุ่นเดียวกันดีที่สุดแล้วลดตัวเลขสเปกลงมา20% ก็จะได้ 5,000 -10,000บาท/1เดือน หรือหลีกเลี่ยงการเติมน้ำมันเป็นการติดตั้งแก็สรถยนต์จะเน้นเรื่องการเดินทางไกลก็จะช่วยเรื่องนี้ได้มากโดยมีค่าใช้จ่าย 20,000-50,000บาท

ค่าผ่อนรถยนต์คือหัวใจหลักสำคัญของผู้ที่ต้องการมีรถยนต์คันแรกผ่อนไหวไหมผ่อนอย่างไร

ในการซื้อรถยนต์สักคันหนึ่งหากมีเงินสดไปซื้อก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากไม่มีเงินสดซื้อ จำเป็นต้องวางแผนการเงินค่าผ่อนรถยนต์ระยะยาวให้ดี เรื่องนี้สำคัญมากเพราะต้องหาเงินดาวน์รถ25-30% ของราคารถยนต์ หรือขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ นี่คือการวางแผนการเงินก้อนแรกในการซื้อรถนั่นเอง ส่วนเงินก้อนที่สอง เลือกรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งาน และราคาเปรียบเทียบ ซื้อรถรุ่นไหน ราคาเท่าไรแล้ว ต่อมาต้องลองเก็บเงินทุกเดือนเท่ากับจำนวนเงินที่จะต้องผ่อนค่างวดให้กับธนาคารในแต่ละเดือน ทดลองประมาณ 5-6 เดือนแล้วลองประเมินตัวเองว่าผ่อนไหมไหว ไปรอดไหม

เงินก้อนที่สองหรือเงินผ่อนค่างวดรถยนต์

หลักคิดก็จะคล้ายๆ กับการซื้อบ้าน ก็คือ ถ้าเราเป็นคนไม่มีภาระหนี้สินอื่นๆ เราก็สามารถผ่อนรถได้ถึง 50% ของรายได้เลยทีเดียว แต่ส่วนใหญ่จะกำหนดเพดานการผ่อนชำระหนี้เพื่อซื้อรถยนต์ไว้ที่ 20% ของรายได้ทั้งหมดหักลบค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วยแล้ว แต่หากยังชำระหนี้บ้านอยู่การซื้อรถยนต์ไว้ใช้ก็หยุดไปก่อน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้ต่อเดือน 35,000 บาท จะผ่อนรถได้มากสุดก็คือ 17,500 บาทต่อเดือนเลย ถ้าหากเราไม่มีภาระหนี้สินอื่นๆเข้ามาเบียดบัง แต่ถ้าโดยทั่วไปก็จะได้ที่ 7,000 บาท

วิธีการคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อรถยนต์จะไม่เหมือนกับสินเชื่อบ้าน คือ รถยนต์จะเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่ คำนวลง่ายๆคือ

มียอดต้องกู้เงินเพื่อซื้อรถจำนวน 500,000 บาท

โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 4% ต่อปี ระยะเวลา 48 เดือน หรือ 4 ปี (คิดดอกเบี้ยเท่าไรถามให้แน่นอน)

เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยที่เกิดจากการซื้อรถยนต์จะเท่ากับ 80,000 บาท (500,000 x 4% x 4)ต่อจากนั้นก็นำเงินที่ต้องการกู้รวมกับดอกเบี้ยและหารด้วยจำนวนเดือนที่ต้องการผ่อน ก็จะได้จำนวนเงินต่อเดือนที่เราต้องจ่าย คือ ประมาณ 12,084 บาท ก็จะได้ประมาณนี้

การซื้อรถยนต์โดยขอสินเชื่อผ่านทางธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ

ต้องคำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยจากเงินที่กู้ทั้งหมด ควรผ่อนชำหนี้ให้ตรงตามเวลาตรงตามเงื่อนที่ระบุตกลงกัน ไม่ควรชำระล่าช้าเพราะจะทำให้ดอกเบี้ยเพิ่ม เงินค่าผ่อนงวดรถสูงและดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้รับภาระหนี้สินเกินไป ซึ่งจะต้องมีรายได้ที่แน่นอน ถึงแม้สินเชื่อรถยนต์จะรวมดอกเบี้ยไปแล้วในทุกเดือน การปิดบัญชีรถยนต์ก่อนก็อาจจะไม่คุ้มเท่าไร เพียงแต่มีข้อกำหนดชัดเจนว่าสถาบันการเงินจะต้องคืนดอกเบี้ยส่วนที่ได้คิดล่วงหน้าไปก่อนแล้วให้กับเราครึ่งหนึ่งด้วย

Sponsored Ads