ประกันชีวิตมีหลายประเภทให้เลือกสรร แต่ไม่รู้จะเลือกทำประกันชีวิตแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเรา ในขณะที่มีเงินทุนน้อยรายได้น้อย  การเลือกซื้อประกันแต่ละบริษัทมีเงือนไขและข้อตกลงแตกต่างกันไป การเลือกซื้อประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยง ควรศึกษาเรื่องการเคลมประกันและดอกเบี้ย บริการหลังการขาย ให้ดีที่สุดก่อนตัดสินใจ

ประกันชีวิตมีด้วยกัน4แบบซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะแตกต่างกันดังนี้

1.แบบชั่วระยะเวลา เป็นประกันชีวิตแบบจ่ายเบี้ยต่ำ แต่ให้ความคุ้งครองสูง โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์เมื่อผู้ทำประกันชีวิตเสียในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ หากยังมีชีวิตอยู่จะไม่ได้รับเงินคืน

2.แบบตลอดชีพ เป็นประกันชีวิตแบบเน้นความคุ้มครองเป็นหลัก จ่ายค่าเบี้ยไม่สูง โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อ ผู้ทำประกันเสียชีวิตลง หรือ จ่ายให้กับผู้ทำประกันอยู่ครบกำหนดสัญญา

3.แบบสะสมทรัพย์ เป็นประกันชีวิตแบบ เน้นการรับเงินคืนเป็นหลัก มากกว่าการคุ้มครองที่ได้รับ แต่ค่าเบี้ยประกันแพง

4.แบบบำนาญ เป็นประกันชีวิตที่จะเริ่มจ่ายให้กับผู้ทำประกันเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนจะจ่ายเงินนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับจำนวนงวดหรืออายุของผู้ทำประกันที่ระบุไว้ในกรมประธรรม์

สำหรับประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาและแบบบำนาญ

เหมาะกับคนที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน โดยประกันชีวิตชั่วระยะเวลาเหมาะกับคนที่มีความต้องการความคุ้มครองสูง ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไม่สูง เช่น ประกันชีวิตคุ้มครอง สินเชื่อบ้าน (MRTA) คุ้มครองการเสียชีวิตแบบทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรตลอดระยะเวลาสัญญา ช่วยให้หมดความกังวลภาระหนี้สิน ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญเหมาะกับผู้ต้องการวางแผนเกษียณ เพื่อให้มีเงินบำนาญไว้ใช้หลังจากเกษียณอายุ

การเลือกซื้อประกันชีวิตที่ดี ช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนได้หลายๆอย่าง

ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราในอนาคต เช่น ความเสี่ยงทางด้านสุขภาพ ความเสี่ยงทางด้านการเงิน ช่วยให้ผู้ทำประกันอบอุ่นใจเมื่อเลือกทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิต ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด โดยมีหลักการ 4 หลักการ ช่วยให้คุณตัดสินใจ คุ้มค่าเงิน

1.ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันชีวิต โบรกเกอร์ของประกัน

ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันชีวิต หรือ โบรกเกอร์ประกัน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก เพราะจะมีความเสี่ยงมากต่อผู้ทำประกัน คือ ค่าเบี้ยประกันชีวิต ที่คุณต้องจ่ายในแต่ละปีย่อมเป็นจำนวนไม่น้อย หากคุณเลือกโบรกเกอร์ประกันไม่มีความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงที่จะเสียค่าเบี้ยประกันก็จะเสียเปล่า

2.ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกัน

ความมั่นคงการเงิน หรือ ฐานะการเงินของบริษัทประกัน คือ ความคล่องตัวทางการเงินบริษัทประกัน ซึ่งหากคุณเรียกการเคลมประกันโดยที่คุณไม่ผิดเงื่อนไขบริษัททุกกรณี คุณต้องได้รับสิทธิ์รับเงินชดเชยความเสียหายจากกรมธรรม์ของบริษัทอย่างไม่มีปัญหาสะดวกรวดเร็ว หากบริษัทประกัน มีความคล่องตัวการเงินต่ำ ฐานะการเงินบริษัทประกันไม่คล่องตัว ก็หมดความน่าเชื่อถือ เสียเงินจายดอกเบี้ยฟรีๆไม่ได้ช่วยคุ้มครองอะไรเลย

3.ศึกษาพิจราณาจากแพคเกจกรมธรรม์

แน่นอนที่สุดสำหรับการเลือกทำประกันชีวิต ควรศึกษาแพคเกจกรมธรรม์ของบริษัทอย่างรอบครอบ เพราะคุณต้องเลือกความคุ้มครองที่คุณต้องการ ค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไหว จ่ายได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่ส่งมั่งไม่ส่งมั่ง หรือ ส่งได้แต่ไม่ตรงตามระยะเวลา สิ่งต่างๆเหล่านี้ช่วยให้คุณตัดสินใจ เลือกทำประกันชีวิตในรูปแบบที่คุณต้องการมากที่สุด แต่ดีที่สุดควรพิจราณาเปรียบเทียบแพคเกจกรมธรรม์ 3-4 บริษัทขึ้นไปจะเป็นการดีที่สุด

4.ศึกษาเงื่อนไขการเคลมประกันและบริการหลังการขายของบริษัทนั้น

ศึกษาโดยอ่านรีวิวสินค้าของบริษัทประกัน โดยใช้อินเตอร์เน็ตก่อน ศึกษาคร่าวๆ หรือสอบถามโดยตรงกับผู้ที่เคยทำประกันบริษัทนั้นๆว่าบริษัทประกันนี้ดีไหม การให้บริการหลังการขาย การเรียกการเคลมประกันในกรณีต่างๆดีไหมเป็นอย่างไร จ่ายเงินชดเชยล่าช้าไหม

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น สิ่งหนึ่งที่ต้องท่องจำไว้ในใจ

อย่าซื้อประกันชีวิตเพราะความเกรงใจ หรือซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี จะทำให้คุณไม่ได้แพคเกจประกันชีวิตตรงกับความต้องการ ควรศึกษาเงื่อนไขการประกันชีวิตแต่ละบริษัทให้ดีก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา

Sponsored Ads