การวางแผนใช้เงินหลังเกษียณให้งอกเงยเพื่อให้เป็นรายได้กลับคืนมาในช่วงอายุ 55-60ปีเงินที่ได้มาตอนเกษียณเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ต้องกอดไว้ ฉะนั้นการลงทุนกับเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต จึงไม่ควรเลือกลงทุนประเภทที่มีความเสี่ยงสูง

สูตรการวางแผนการออมเงินวัยเกษียณในประเทศไทย

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานชมรมคนออมเงิน ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆด้วยการกำหนดตัวเลขขึ้นมาเป็นตุ๊กตาประกอบการอธิบายให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น โดยกำหนดรายได้จากการเกษียณอายุงาน6ล้านบาท ให้แบ่งเงินออกเป็น 3 ก้อน สำหรับการลงทุนในรูปแบบ ของการสร้างรายได้ จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในตลาดทองคำ และลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF (Long Term Equity Fund)

เงินก้อนแรก คือ 1 ใน 3 ของเงินทั้งหมดที่มีอยู่

เงินก้อนแรกลงทุนเกี่ยวกับการออม

สร้างรายได้จากอัตราดอกเบี้ยในรูปแปบ”เงินฝาก”การออมรูปแปบเดิมๆที่เราคุ้นเคยตั้งแต่เด็กๆโดยเน้นน้ำหนักความสำคัญกับการฝากเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆเพื่อสร้างรายได้จากอัตราดอกเบี้ยมากว่าการนำก้อนสุดท้ายสร้างรายได้ในรูแปบอื่นๆ การฝากเงินแบบนี้จะได้รับผลการตอบแทนดอกเบี้ยต่ำแต่มีความปลอดภัยสูงด้วยเสถียรภาพความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินโดยรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันและได้ดอกเบี้ยเต็มจำนวน

เงินก้อนที่สอง คือ ลงทุนในรูปแบบเงินฝากระยะสั้น

แนะนำการลงทุนซื้อหน่วยลงทุนใน กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ หรือเลือกการลงทุนระยะยาว หรือ LTF (Long Term Equity Fund) ซึ่งเป็นการลงทุนแบบพิเศษ ให้สิทธิ์ผู้ลงทุน นำเงินไปลงทุนในแต่ละปีมาลดหน่วยภาษีได้ 15% ของรายได้ในแต่ละปี แต่ต้องไม่เกิน 500,000บาท และการลงทุน LTF มีการเสี่ยงการลงทุนน้อยกว่าตลาดหุ้นโดยตรงและได้ผลตอบแทนที่สูง

เงินก้อนที่สาม นำเงินไปลงทุนในทองคำ

ในรูปแบบเงินฝากออกทรัพย์ระยะสั้น แต่ควรให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่าทองคำ ซึ่งมีความผันผวน และมองว่าราคาทองคำในประเทศไทยแตะที่บาทละ 27,000 บาท ราคาทองคำปรับขึ้นเร็วและแรงจึงเกิดการเทขายทำกำไรอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับวัยเกษียณ นอกจากจะสร้างรายได้จากเงินติดตัวก้อนสุดท้ายที่มีอยู่แล้ว ควรต้องรู้จักวางแผนใช้จ่ายให้น้อยที่สุดซึ่งสามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในยามเจ็บไข้ได้ป่วย

อดีตรองอธิบดีกรมสิทธิเสรีภาพ ก.ยุติธรรม ข้าราชการบำนาญ น.ส.ศุภมาศ พยัฆวิเชียร

เริ่มต้นหารายได้จากเงินออมตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆเมื่อถึงวัยเกษียณจึงไม่ต้องห่วงกับการวางแผนใช้เงิน และเริ่มต้นใช้เงินทำงานแทนด้วยการลงทุนหลากหลายรูปแบบ โดยเริ่มต้นจากเงินฝากเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจึงโยกเงินไปลงทุนในตลาดพันธบัตร สลากออมสิน การซื้อหุ้นในสหกรณ์ออมทรัพย์ ลงทุนเงินฝากบริษัทประกันชีวิตที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่การลงทุนในรูปแบบเดียวเท่านั้นที่ห้ามเด็ดขาด สำหรับข้าราชการบำนาญ คือ การลงทุนในตลาดหุ้น เพราะไม่ถนัดและต้องใช้เวลาศึกษาค่อนข้างมาก และมีความเสี่ยงสูง

ปัญหาใหญ่ของการออมเงินในประเทศไทย คือ ผู้ออมไม่มีเป้าหมายและไม่รู้ว่าต้องมีเงินเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการเกษียณ หลายคนยึดติดมีเงินหลักล้านก็พอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตและการใช้เงินหลังวัยเกษียณ  

สูตรการวางแผนการออมเงินวัยเกษียณของต่างประเทศ

สูตรสำเร็จที่ต่างประเทศใช้กันมี 2 แบบด้วยกัน

แบบแรก

คือแบบมีเงินออมอย่างน้อย 30เท่า หรือ360เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น หากคุณมีเงินเดือนๆละ20,000บาท เราก็ต้องมีเงินเก็บวัยเกษียณอย่างน้อย 7.2 ล้านบาทไปฝากหรือลงทุนในทรัพย์สินที่เสี่ยงผสมกันก็จะได้ผลตอบแทนอยู่ประมาณ3-4% ก็จะได้ดอกเบี้ยตอบแทนประมาณปีละ 216,000บาท-288,000บาท ก็จะตกประมาณ 20,000 บาท แต่ไม่รวมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินในยามชรา

แบบที่สอง

คือ ต้องมีเงินเดือนต่อเดือนหลังเกษียณ ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเดือนสุดท้าย อันนี้คาดว่าน่าจะมีที่มาจากสวัสดิการแบบบำนาญเดิม คือ หากก่อนเกษียณเรามีรายได้เดือนละ 40,000เราควรมีสินทรัพย์ที่สามารถจ่ายดอกออกผลให้เราได้เดือนละประมาณ 20,000บาทปีละ240,000บาทโดยถ้าเราลงทุนแบบผสมตามข้างต้นแล้วได้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ3-4% ก็ต้องมีเงินเก็บอย่างน้อย 7.2ล้านบาทเช่นกัน

Sponsored Ads

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน