วัยทำงานคือวัยแห่งการเรียนรู้และสร้างฝันหาเงินเพื่อสร้างอนาคตและสร้างฐานะด้วยแนวทางของตนเอง โดยจะเริ่มต้นในช่วงอายุ20ปีจนถึง30ปีก็จะเริ่มวางรากฐานชีวิตชัดเจนขึ้นมีแผนการต่างๆดีขึ้นและมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น Money variety มีเทคนิคการวางแผนการเงินสำหรับคนวัยทำงานมาฝาก8ข้อด้วยกัน

1.เก็บเงินตั้งแต่ได้งานทำครั้งแรก

การสมัครงานได้งานทำเป็นงานแรก ชีวิตดีใจที่สุด เพราะสามารถหาเงินได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพา พ่อแม่ และจะได้เงินค่าจ้างจากเงินเดือน เลี้ยงดูพ่อแม่ ซึ่งเงินเดือนๆแรก ควรแบ่งออมไว้ทันทีส่วนหนึ่งทันที ช่วงวัยอายุ20ปี หากคิดศึกษาการวางแผนการเงินให้ดีก็จะคิดได้ก่อน เพราะช่วงวัยนี้ ยังเป็นช่วงวัยรุ่นไฟแรง คิดน้อยความเสี่ยงเยอะ โอกาสการใช้ชีวิตที่ผิดพลาดก็เยอะตามไปด้วย การวางแผนการเงินอาจไม่ดีเท่าไรนัก ให้ออมเงินแบ่งเป็นส่องส่วนคือ ส่วนแรกสำหรับเกษียณอายุ อีกส่วนสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เตรียมเงินสำรองไว้ 3-6เท่าของเงินเดือน หากตกงานกะทันหัน จะได้ใช้เงินออมส่วนนี้ในการหางานใหม่นั่นเอง


2.อย่าพึ่งรีบมีบัตรเครดิต แต่ให้เปิดบัญชีเงินฝาก แบบไม่เอาบัตร ATM

บัณฑิตจบใหม่หรือการมีเงินเดือนครั้งแรก อย่าพึ่งรีบมีบัตรเครดิตเพราะเหมือนการยืมเงินในอนาคตมาใช้พร้อมดอกเบี้ย ให้เปลี่ยนมาเป็นการออมเงินแทนการใช้บัตรเครดิต ซื้อของที่อยากได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ทันใจ แต่เป็นการช่วยเรื่อง การมีวินัยในการอดทนอดออมเงิน เว้นแต่ว่าเงินเดือนสูงจริงๆ เกินกว่า 30,000 บาทขึ้นไป การศึกษาและเรียนรู้การใช้บัตรเครดิตมาอย่างดี มีวินัยทางการเงินสูง เป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคาร ก็สามารถมีบัตรเครดิตสองใบก็ไม่ผิดอะไร เพราะการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธีสามารถสร้างประโยชน์ให้คุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

3.ศึกษาและเรียนรู้การลงทุนแบบรับความเสี่ยงน้อยผลตอบแทนสูง

เมื่อคุณทำงานสักระยะ จากเงินทีออมเล็กน้อยกลายเป็นเงินก้อน ควรศึกษาเรื่องการนำเงินออมเป็นการลงทุนแบบรับความเสี่ยงน้อยแต่ได้รับผลตอบแทนสูง เพื่อทำเงินออมให้งอกเงย เช่น หน่วยลงทุน เงินฝากประจำ กองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น ซึ่งการลงทุนแบบนี้จะไดรับความเสี่ยงน้อยแต่ผลตอบแทนคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยในเรื่อง การเพิ่มรายได้มากกว่าฝากเงินไว้กับธนาคารอย่างเดียว และเงินฝากก็ไม่หายไปไหน นี่คือวิธีการใช้เงินทำงานแทนเรา

4.อย่าเพิ่งสร้างหนี้ก้อนใหญ่

การเป็นหนี้ก้อนใหญ่ใครก็ไม่อยากได้ แต่จะอยากได้ทรัพย์ก้อนใหญ่ไว้เป็นทรัพย์สิน การเป็นหนี้ก้อนใหญ่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เช่นคิดอยากมีบ้านและรถยนต์ ซึ่งในบางครั้งก็จำเป็นต้องมีรถยนต์ช่วยในเรื่องการเดินทาง ต้องใช้รถยนต์ในการประกอบอาชีพ แต่ควรจะลำดับความสำคัญให้มากที่สุด เพราะการมีรถยนต์ เป็นหนี้ระยะสั้น 4-7 ปี แต่การมีบ้านเป็นหนี้ระยะยาวกว่าสิบปี หากมีเงินไม่มากพอก็ต้องกู้เงินมาช่วย ก็จะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ทันที ลองเปลี่ยนความคิดใหม่เป็นการเร่งความมั่นคงโดยเก็บเงินไว้เป็นเงินก้อนสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินดีที่สุด ส่วนบ้านและรถยนต์ ทรัพย์สินเหล่านี้จะตามมาเอง

5.ออมเงินแบ่งเงินไว้แต่งงานสร้างครอบครัว

คนวัย30ปีถึง40ปี หรือมากกว่านี้ก็ไม่สาย จะเริ่มมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนมากข้น เริ่มด้วยความมั่นคงของชีวิตมากขึ้นมีความพร้อมมากขึ้น ก็จะถึงช่วยเวลาต้องมีครอบครับ คือการแต่งงานเพื่อ สร้างรากฐานของชีวิต รวมไปถึงบุตรที่จะเกิดในอนาคต ก็ต้องมีการแบ่งเงินออม เป็นค่าสินสอดค่าจัดงานต่างๆรวมทั้งการซื้อบ้านไว้เป็นเรือนหอ ซึ่งจะเป็นทรัพย์สินของคุณในอนาคตและจะเป็นมรดกของบุตรต่อไป หากคู่ครอง สามารถแบ่งเงินส่วนนี้ ช่วยในเรื่องดังกล่าวได้ จะเป็นเรื่องที่ดี ไม่เป็นการเดือดร้อนทั้งสองฝ่าย และไม่เป็นภาระให้กับลูกหลานในอนาคต

6.เตรียมเงินฉุกเฉินวางแผนให้พร้อมเพื่อรับมือ

เตรียมเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยของคนทำงาน ถึงแม้จะมีประกันสังคมและบัตรทองรักษาสุขภาพ 30 บาทรองรับ(โดยในปี พ.ศ.2560 ประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้) ก็อาจจะไม่พอเพียง เพราะเหตุฉุกเฉินมีหลายแบบด้วยกัน แต่ดีที่สุดคือ ออมเงินจากการทำงานให้ได้สัก 3-6เท่าของเงินเดือน เพื่อกันการโดนออกจากงาน ในขณะที่รายได้น้อยลงแต่รายจ่ายคงที่ การทำประกันภัยทุกรูปแบบอย่าละเลย เพราะเป็นหัวใจหลักของการดำรงชีพ เช่นประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยบ้าน และการทำประกันชีวิตของตนเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อลูกหลาน การทำประกันภัยเรื่องนี้ ควรศึกษาให้ดีมีผลตอบแทนที่ดีต่อเราอย่างไร การส่งค่างวดประกันอย่าได้ขาด อย่าได้ผิดเงือนไขของ กรมประทัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่สุด

7.พยายามใช้หนี้ให้หมดอย่าสร้างหนี้ใหม่

ทะยานอยากหนี้เก่ายังไม่หมดหนี้ใหม่ ก็อย่าไปสร้างครับ เหตุที่เราสร้างหนี้ใหม่อาจจะเกิดจาก อยากได้ในสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตอบสนองอารมณ์ และต้องการให้สังคมยอมรับ แต่การสร้างหนี้บางอย่าง ต้องทำด้วยเหตุจำเป็น ก็ควรศึกษาให้ดีทุกครั้งก่อนการเป็นหนี้ เช่น หนีที่เกิดจากบัตรเครดิตหลายใบ หนี้ที่ไม่ทำให้เกิดรายได้ หนี้ที่ไม่ได้เกิดจากตัวเรา แต่คนอื่นโยนบาปให้ เป็นต้น

8.วางแผนการออมเงินเก็บเงินก่อนการเกษียณ

หลายคนไม่ได้รับราชการ แต่คนจำนวนไม่น้อยที่รับราชการ(อาชีพคนไทย) แต่อย่างไรวันหนึ่งก็จะต้องถึงช่วงเวลาที่เราไม่ต้องทำงาน คือช่วงเกษียณ อายุวัย60ปี ซึ่งจะรับเงิน แบบบำนาญ หรือ เงินบำเหน็จ แต่ถ้าให้ดีขึ้นแบบลอยตัว ควรแบ่งเงินจากการทำงานวางแผนการออมก่อนวัยเกษียณ เช่นวางแผนเอาไว้ใช้จ่ายช่วงเกษียณเดือนละ15,000 บาท อายุเฉลี่ย 80 ปี ก็ให้นำ 15,000x12เดือนx20ปีจำนวนเงินที่คุณต้องเก็บให้ได้เพื่อการเกษียณ 3,600,000 บาท หากคุณออมเงินตั้งแต่งานแรกที่ทำช่วงวัย 20ปีเป็นจำนวนเงินเดือนละ 5,000บาท คุณต้องใช้เวลานานถึง 60 ปีก็เกินพอที่จะอยู่อย่างสบายตอนแก่ชราและไม่เป็นภาระต่อลูกหลาน

คำพูดที่ว่า “มีรถมีบ้าน ชีวิตจะมั่นคง”อาจไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องเสมอไป การออมเงินตามหลักการ ก็อาจจะทำไม่ได้ทุกข้อเสมอไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง การวางแผนการเงินควรมองที่ภาพรวมตัวเราเป็นหลักและดูที่ผลจากการกระทำ การสร้างความมั่นคงของชีวิต อาจจะใช้เวลาไม่เท่ากัน ความสำเร็จจึงแตกต่างกัน หวังว่าบทความวางแผนการเงินจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านครับ

Sponsored Ads