โรคอีสุกอิใสเป็นโรคธรรมชาติที่คนส่วนใหญ่กลัวและไม่อยากให้เกิดโรคนี้กับตนเองหรือคนในครอบครัว อาการของโรคถึงแม้จะไม่น่ากลัวไม่ร้ายแรงแต่เป็นโรคที่น่ารังเกียจอย่างมากและเป็นโรคทรมานจิตใจและร่างกายยิ่งนัก โรคชนิดนี้มักพบได้บ่อยในฤดูหนาวและฤดูร้อน

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสอะไร

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื่อไวรัส วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus: VZV) ชื่อไพเราะแบบนี้ แต่เจ็บแสบจริงๆหากร่างกายไม่มีภูมิป้องกันร่างกายอ่อนแอ ก็จะเป็นโรคนี้ได้ง่าย โรคอีสุกอีใส แพร่เชื้อได้หลายแบบ ทั้งการสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นโรคอีสุกอีใสโดยตรง เช่น ใช้ภาชนะร่วมกันกับผู้ป่วย การไอจาม การสัมผัสบาดแผลของผู้ป่วยทางน้ำลาย และการหายใจเอาเชื่อที่ปะปนในอากาศเข้าไป

นอกจากนี้ การติดเชื้อในบางกรณีอาจเกิดจากการสัมผัสกับแผลของผู้ป่วยโรคงูสวัดโดยตรงได้เช่นกัน เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคงูสวัดขึ้น แต่พบได้น้อยมาก
ระยะเวลาการฟักตัวของโรคจะอยู่ในช่วง 10-21 วัน หรือประมาณ 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายโรคไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่มีการติดเชื้อ เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบว่าใครเป็นโรคอีสุกอีใสจนกระทั่งสังเกตได้จากผื่นหรือตุ่มพองตามร่างกาย

การป้องกันโรคอีสุกอีใสป้องกันไว้ก่อนหากไม่แน่ใจว่าเคยเป็นโรคนี้แล้วหรือยัง

คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนจำนวน 2 เข็ม โดยเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุประมาณ 1 ปี (12-15 เดือน) และฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ปี
สำหรับผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคมาก่อนจะต้องมีการฉีดวัคซีนจำนวน 2 เข็มเช่นเดียวกัน โดยให้ฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่ 2 ห่างกันประมาณ 28 วัน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคและลดความรุนแรงของโรคลงได้มากถึงประมาณ 90% แต่ในกรณีสตรีมีครรภ์หรือหรือมีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ อาจส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ จึงควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีน

ที่มาภาพ: medthai.com

การรักษาโรคอีสุกอีใสเป็นกี่วันหายกี่วัน

โรคอีสุกอีใส แบ่งอาการของโรค 4 ระยะด้วยกันแล้วจะหายปกติภายใน 2 สัปดาห์ ดังนี้

1. ระยะไข้ ประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากที่ได้รับเชื้อ จะมีไข้ประมาณ 1-2 วัน อาจเป็นไข้สูงหรือต่ำ มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ
2. ระยะผื่นขึ้น ผื่นจะขึ้นเป็นผื่นแดงๆ ลักษณะเป็นผื่นแดงเม็ดเล็กๆ แต่จะไม่มีอาการรุนแรงอะไร เว้นแต่มีอาการคันมาก 1 วัน
3. ระยะพองตุ่มใสๆ ในระยะนี้ตุ่มจะค่อยๆใสและเยอะขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 3-5 วัน จะขึ้นตรงบริเวณลำตัวก่อน ลามไปที่คอ ศีรษะ แขนขา และลามไปได้ทั้งตัว ใบหน้า หรือแม้แต่เยื่อบุต่างๆ เช่นเยื่อบุในช่องปาก ลำคอ หรือเยื่อบุตา
4. ระยะตุ่มแห้ง ตกสะเก็ดภายใน 1-3 วัน และสะเก็ดแผลก็จะค่อยๆ ลอกจางหายกลับเป็นปกติภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์

วิธีรักษาโรคอีกสุกอีใสให้หายไวที่สุด

1.หากมีอาการไข้ให้เช็คตัว และกินยาลดไข้ ยาพาราเซตามอลและงดกินยาแอสไพรินอาจมีอาการแพ้ยาโดยเฉพาะเด็ก
2.ทายาแก้คัน คารามาย หรือ กินยาบรรเทาอาการคัน โดยปรึกษาเภสัชกรก่อนซื้อยากินเองเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา
3.ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันการเกา ซึ่งจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ใช้น้ำเกลือเช็ดแผลเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น และใช้สบู่ยาในการฟอกตัวอาบน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่บริเวณผิวหนัง
4.ถ้าผู้ใหญ่เป็นอีสุกอีใสให้รีบไปพบแพทย์ เพราะแพทย์จะมียากินโดยตรง ควรงดกินยาเขียว ตามความเชื่อ กินยาเขียวจะช่วยแก้โรคอีสุกอีใส เป็นความเชื่อทีผิด เพราะจะเป็นการเพิ่มจำนวนตุ่มเยอะขึ้นมากๆ แผลหายช้าเกิดการภาวะแทรกซ้อนของติดเชื้อโรคแบคทีเรีย จนเกิดเป็นหนอง ภาวะปอดอักเสบ สมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ งดการฉีดวัคซินอาจเกิดการแพ้ยา ซึ่งเป็นอันตรายช็อกตายได้ แต่ถ้าเป็นในเด็กไม่จำเป็นต้องกินยา ปล่อยให้เด็กได้สร้างภูมิคุ้มกัน

เคยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้วจะเป็นอีกใหม?

โรคอีสุกอีใสเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นได้อีก แต่จะไม่รุ่นแรงเหมือนครั้งแรก พราะเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ จะฝังตัวอยู่ในร่างกายของเราตลอดชีวิต ถึงแม้อาการของโรคอีสุกอีใสจะหายไปแล้วก็ตาม พอเวลาเราเครียด อดนอน ไวรัสจะจู่โจมทำให้เกิดตุ่มพองใสอย่างอื่น เราเรียกว่า “งูสวัด” สิ่งที่อันตรายที่สุดของโรคอีสุกอีใสที่เราต้องระมัดระวังคือ คุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะเชื้อโรคอีสุกอีใสจะติดต่อทางลมหายใจ ไอ จาม ถ้าคุณแม่ได้รับเชื้อเข้าไปอาจส่งผลถึงลูกในครรภ์ได้ ถ้าลูกในครรภ์ติดเชื้อ อาจทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้

Sponsored Ads