คือการที่นิ้วเกิดล็อค งอนิ้วได้แต่ไม่สามารถกลับมาเหยียดตรงได้ตามปกติ เกิดจากการอักเสบความหนาตัวของปลอกเอ็นกล้ามเนื้อนิ้ว นิ้วโดนล็อค ปัญหาของคนใช้นิ้วมือบ่อยๆ หยิบจับสิ่งของ หรือใช้อุปกรณ์ เช่น อาชีพครูที่ต้องจับปากกาหรือ ช่างตัดผมที่ต้องใช้มือ นิ้ว ในการจับกรรไกร หรือแม้กระทั้ง คนชอบเล่นคอมพิวเตอร์ มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต นักดนตรี รวมทั้ง นักเขียน

อาการของนิ้วล็อค

อาการของนิ้วล็อคอาจเกิดขึ้นกับนิ้วมือหลายนิ้วมือในเวลาเดียวกัน หรือ อาจเกิดขึ้นได้กับนิ้วมือทั้ง 2 ข้าง หรือ นิ้วใดนิ้วหนึ่งของมือ พยายามงอในขณะที่มือต้องแรงทำบางอย่าง เมื่อนิ้วล็อคอาจเกิดอาการเหล่านี้

นิ้วล็อคเมื่อ งอนิ้วไม่สามารถยืดนิ้วกลับมาใหม่ อาจได้ยินเสียงกึก เมื่อต้องการงอนิ้วกะทันหันและไม่สามารถเหยียดนิ้วกะทันหันและไม่สามารถเหยียดนิ้วกลับมาได้อาจมีก้อนเนื้อเมือรูปคลำ รู้สึกตึงและรู้สึกมีบางอย่างนูนขึ้นมาตรงโคนนิ้วที่ล็อค

ที่มาภาพ www.ohmyarthritis.com

สาเหตุอาการนิ้วล็อค

เอ็นและผังพืดที่ยึดกล้ามเนื้อและกระดูกไว้ด้วยกันทั้งมือและแขนจะช่วยให้นิ้วมืองอและยืดได้ โดยเอนแต่ละส่วนถูกล้อมรอบไว้ด้วยปลอกหุ้มเอนตรงนิ้วเกิดการ อักเสบหนาตัวขึ้น ซึ่งทำให้เอ็นและปลอกหุ้มเอ็นนิ้วไม่สามารถยืดหดได้ตามปกติ

ปัจจัยความเสี่ยงในการเกิดนิ้วล็อค

นิ้วล็อคอาจเกิดขึ้นได้ ด้วยการถือและแบกของนานๆและอาชีพที่ทำหรือกิจกรรมที่ต้องใช้มือทำและทำให้มือรับน้ำหนักเป็นเวลานานๆรวมทำการทำซ้ำบ่อยๆเช่น อาชีพ นักดนตรี อาชีพชาวไร่ ชาวนา พนักงานโรงงาน ผู้ใช้แรงงาน และพบในผู้สูบบุหรี่ ก็เกิดอาการนิ้วล็อคได้ เพราะต้องใช้นิ้ว จุดไฟแช็คบ่อยๆ อาการนิ้วล็อคมักพบได้กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในวัย 40-60ปีขึ้นไป

การรักษาอาการนิ้วล็อค

วิธีการรักษาอาการนิ้วล็อคนั้น มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุ่นแรงของอาการ ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดีขึ้น โดยไม่ต้องพบแพทย์ ซึ่งใช้วิธีการรักษาบำบัดด้วยตัวเองแบบง่ายๆดังนี้

รักษาอาการนิ้วล็อคแบบไม่ต้องรับประทานยา คือ พักผ่อน พักมือจากการทำกิจกรรมที่ออกแรงหรือแบกน้ำหนักมากๆซ้ำๆเป็นเวลานานโดยเว้นกิจกรรมดังกล่าวโดยพักการใช้งานมือ 3-4 สัปดาห์

รักษาอาการนิ้วล็อคโดยประคบร้อนหรือเย็น โดยวิธีการประคบเย็นที่ฝ่ามือหรือแช่น้ำอุ่นก็บรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้โดยเฉพาะทำในช่วงเวลาเช้า

ใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว

อุปกรณ์ดามนิ้ว หรือ Splinting จะช่วยดามนิ้วให้ตรงไม่งอหรือเหยียดเกินไป ซึ่งทั้งช่วยให้นิ้วได้รับการพักผ่อนแต่วิธีนี้ช่วยให้อาการนิ้วล็อคดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยบางรายแต่การใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้วก็อาจได้ผลน้อยกว่าการรักษาด้วยวิธีการอื่น

ที่มาภาพ http://www.splintco.com

การรักษานิ้วล็อค ด้วยยา

ผู้ที่เกิดอาการนิ้วล็อคสามารถรับประทานยาที่ต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์ เช่น ยาไอบูโพรเฟน(Ibuprofen)หรือยา นาพรอกเซน (Naproxen)บรรเทาอาการปวดแต่ยาดังกล่าวไม่สามารถบรรเทาอาการบวมปลอกหุ้มเอ็นนิ้วได้

การศัลยกรรมและกระบวนการทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่เกิดอาการนิ้วล็อคอย่างรุ่นแรง ด้วยยาแล้วไม่ได้ผล อาการไม่ดีขึ้น อาจจะต้องฉีดยาสเตียรอยด์ รักษาอาการนิ้วล็อคโดยฉีดสาร โคสเตียรอยด์(Corticosteroids)ช่วยลดอาการอักเสบของเอ็นช่วยให้นิ้วเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

การรักษานิ้วล็อค ด้วยวิธีการผ่าตัด

แพทย์แนะนำให้รักษาอาการนิ้วล็อคโดยการผ่าตัดส่วนที่ปลอกหุ้มเอ็นของนิ้วที่เกิดปัญหาและทำให้เอ็นกลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติ แพทย์จะพิจาราณาว่าผู้ป่วยควรได้รับการผ่าตัดจากระดับความรุ่นแรงของอาการและผลกระทบปัญหาสุขภาพอื่นๆ เพื่อการรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ป่วยไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล แต่การผ่าตัดรักษาอาการนิ้วล็อค แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ ผ่าตัดแบบเปิดและแบบใช้เครื่องมือพิเศษ

การรักษานิ้วล็อค แบบเปิด (Open Trigger Finger Release Surgery)

คือ แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยฉีดยาชา ที่ฝ่ามือผู้ป่วยและผ่าตามแนวปลอกหุ้มเย็นที่นิ้วให้เปิดกว้างออก หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว แพทย์จะเย็บแผลและปิดด้วยผ้าพันแผลให้เรียบร้อย

การผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือพิเศษ (Percutaneous Release)

แพทย์จะฉีดยาชาที่มือผู้ป่วยเช่นเดียวการผ่าตัดแบบเปิดแต่การผ่าตัดด้วยเครื่องมือพิเศษจะไม่ได้กรีดมีดผ่าตัดลงไปเหมือนแบบแรก แต่สอดเข็มแทงเข้าไปบริเวณนิ้วที่เกิดอาการนิ้วล็อค และใช้ปลายเข็มสะกิดนิ้ว โดยแพทย์อาจทำการผ่าตัดโดยเครื่องมืออัลตร้าซาวด์ ซึ่งเป็นวิธีทีเสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายจากเส้นประสาทส่วนอื่นๆ ซึ่งการผ่าตัดแบบเปิดเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด

Sponsored Ads