ผู้สูงอายุแบบสามารถช่วยเหลือตัวเองได้และแบบดูแลตัวเองได้น้อยลง จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการดูแลเอาใจใส่ หากผู้ดูแลไม่มีเวลาเพียงพอ ด้วยหน้าที่ภาระการงานหลายๆอย่าง การป้องกันเรื่องสุขภาพจึงเป็นยาขนานเอกที่ได้ผลเกินคาดวันนี้มีวิธีดูแลสุขภาพผู้สูงที่คุณทำได้และทำได้อย่างสบายใจ

เลือกอาหาร สำหรับผู้สูงอายุ

วัยสูงอายุร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลง การทำกิจกรรมหลายอย่างก็จะน้อยลงไปด้วย การควบคุมอาหาร ควรงดอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล และไขมันแต่ให้เน้นอาหาร ประเภทโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลาควรกินอาหารประเภท ต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนการทอด อาหารด้วย น้ำมัน ควรเพิ่ม สารอาหาร แร่ธาตุให้ผู้สูงอายุ มักขาดแร่ธาตุมากที่สุด คือ แคลเซียม สังกะสี และธาตุเหล็ก มักอยู่ใน นมถั่งเหลือง ผักผลไม้ และควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดๆ น้ำที่ผ่านกานกรองหลายๆชั้นด้วยยิ่งดี ดื่มให้ได้ 6-8แก้วจะวิเศษที่สุด

หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังสำหรับผู้สูงอายุ ควรเลือกประเภทการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่หักโหม ออกกำลังกายเบาๆแล้วเพิ่มน้ำหนักการออกกำลังจนถึงระดับหนึ่งที่ต้องการ ควรทำอย่างน้อย30นาที ต่อครั้ง ทำให้ได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดารห์ ซึ่งแนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพื่อเยือดเส้นเยือดสายกล้ามเนื้อ จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น และมีความคล่องตัว

สัมผัสอากาศทีบริสุทธิ์

อารมณ์แจ่มใส่ ช่วยให้สุขภาพดี อากาศบริสุทธิ์ ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงได้เช่นกัน โดยจัดภูมิทัศน์ภายในบ้านของเราก่อน ปรับเปลี่ยนสภาพภายในบ้าน ให้ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก หรือ อาจจัดที่สำหรับพักผ่อนบริเวณบ้านก็ได้ ทำเป็นสวนเล็กๆมีดอกไม้ต้นไม้ล้อมรอบ ไม่มีมลพิษทางอากาศปลอดเสียงรบกวน เงียบสงบด้วยยิ่งดี และอากาศที่บริสุทธิ์นี้แหละช่วยลดโรค ภูมิแพ้ได้อย่างดีเลยทีเดียว

หลีกเลี่ยงอบายมุขและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

หลีกเลี่ยงอบายมุขป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุป้องกันการเกิด อาชญากรรม ทั้งช่วยในการรักษาพยาบาล ควรงดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และเลือกการทำกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคประจำตัว ควรออกกำลังกายเพื่อเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรง จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุจากการหกล้ม ส่วนใหญ่มักจะผิดพลาดและเจอปัญหาข้อนี้

หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม

ยาที่ไม่เหมาะสม คือ ยาที่ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตแน่นอน เช่น ยาหมดอายุ หรือรับยาจากผู้อื่นมาใช้ กินแล้วจะดีแล้วจะหาย ก็ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้สูงอายุ อวัยวะภายในร่างกาย เสื่อมสภาพตามอายุ ประสิทธิภาพทำงานน้อยลงเช่นตับไต แก่แล้วไม่มีอะไรดีสักอย่าง ให้จำให้ขึ้นใจ ทำอะไรเน้นความปลอดภัยดีที่สุด คิดก่อนกินทุกครั้ง และการกินยารักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์เป็นการดีที่สุด

ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน

โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว  ลดปัญหาการหกล้ม  และความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ  เช่น  โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น     

วิธีประเมินว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่ โดยคำนวณจากดัชนีมวลกายหรือเรียกสั้น ๆ ว่า BMI (body mass index)  ถ้าน้ำหนักตัวเกิน ค่า BMI   จะอยู่ระหว่าง 23 - 24.9 กิโลกรัม/เมตร2  แต่ถ้าอ้วนล่ะก็  ค่า BMI จะตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/เมตร2 ขึ้นไป 

สูตร ดัชนีมวลกาย(BMI) = น้ำหนักตัว(กิโลกรัม)
ส่วนสูง (เมตร)2

ตัวอย่าง ผู้สูงอายุ หนัก 67 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร
ดัชนีมวลกาย(BMI) = 67
(1.6) 2
= 26.17 ถือว่าเข้าข่ายอ้วน

หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่างๆของรางกาย

ให้คลำก้อนเนื้อ โดยเฉพาะก้อนเนื้อที่โตเร็วผิดปกติ แผลเรื้อรัง ปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรังเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย เน้นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ ถ้าเป็นแบบนี้มาพบแพทย์ดีที่สุด

ตรวจสุขภาพประจำปี

ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือ อย่างน้อย 3 ปี ตรวจ1 ครั้ง เป็นการเช็คสุขภาพร่างกายทั้งหมด เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ และรักษาโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เช่นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันหลอดเลือด โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อโลกต่างๆ เพื่อความสบายใจ ตลอดอายุไขที่ยังเหลืออยู่                        

Sponsored Ads