พฤติกรรมการใช้เงินของคนในแต่ละประเทศปัจจุบันเปลี่ยนไปมากตามกระแสความนิยมในยุคดิจิตอลสู่สังคม การใช้เงินแบบไร้เงินสด หรือ สังคมไร้เงินสด ตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล ซึ่ง ผลสำรวจ 10 ประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดมีดังนี้

1. สวีเดน

ประเทศ สวีเดนถือว่าเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกที่เข้าสู่ "สังคมไร้เงินสด" ได้สำเร็จ ซึ่งปัจจุบันคนในประเทศสวีเดน นิยมจับจ่ายใช้เงินผ่าน Mobile Banking และบัตรเดบิตเป็นหลัก โดยพบว่าคนสวีเดนมีบัตรเดบิตสูงถึง 96%

ตามร้านค้า ร้านอาหาร รถสาธารณะ สามารถรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิตได้แทบทั้งหมด แม้กระทั่งการบริจาคเงินในโบสถ์ก็ยังบริจาคผ่านบัตรเดบิตได้เช่นกัน เจ้าของร้านค้าต่าง ๆ ก็สามารถปฏิเสธไม่รับเงินสดจากลูกค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2.ประเทศ เบลเยียม

ประเทศเบลเยียมอีกหนึ่งประเทศที่มีการใช้จ่ายเงินแบบไร้เงินสดถึง 93% โดยคนเบลเยียมกว่า86% นิยมใช้บัตรเครดิตในการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันประเทศเบลเยียมก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเพราะรัฐบาลและสถาบันการเงินของประเทศเบลเยียมสนับสนุนประชาชนให้หันมาใช้ แอปพลิเคชั่นมือถือในการชำระเงินแทนเงินสด และกำหนดวงเงินสำหรับจ่ายเงินสดไม่เกิน 3000ยูโร

3.ประเทศ จีน

ประเทศที่มีการเติบโตทางการใช้จ่ายเงินผ่านระบบดิจิตอลสูงมากๆและพบว่าคนจีนกว่า 60% ใช้จ่ายเงินผ่าน Mobile Payment เป็นหลัก โดยในปี 2559 คนจีนทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Mobile Payment เป็นมูลค่า 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคนจีนนิยมชำระเงินผ่าน 2 แอปพลิเคชันมือถือมากที่สุด คือ Alipay และ Wechat pay

 4.ประเทศ สิงคโปร์

ประเทศที่มีการใช้งานบัตรเครดิตและการชำระเงินผ่านมือถือสูงถึง 80% ของการใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวัน และรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศชัดเจนแล้วว่า แผนการพัฒนาประเทศตอนนี้คือ "Smart Nation"  และการนำพาประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสด โดยเริ่มจากการปรับระบบรถสาร สาธารณะในประเทศ แบบไร้เงินสดทั้งหมดภายในปี 2563 และพัฒนาระบบชำระเงินผ่านออนไลน์  "PayNow"  ที่สามารถโอนเงินโดยหมายเลขโทรศัพท์และบัตรประชาชนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต 

5.ประเทศฝรั่งเศส

ประเทศฝรั่งเศสมีสัดส่วนการชำระเงินที่ไม่ใช้เงินสด 92% โดยรัฐบาลฝรั่งเศสให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนา เทคโนโลยีด้านการเงิน ระบบชำระเงินผ่านมือถือแบบไร้สัมผัส หรือ ระบบ M-pos เครื่องรูดบัตรแบบผกพา เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่มีใช้สมาร์ทโฟน สามารถชำระเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา และฝรั่งเศสก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการกำหนดวงเงินจ่ายด้วยเงินสดไม่เกิน 3,000 ยูโร เพื่อกระตุ้นให้คนลดการใช้เงินสดลดลงนั่นเอง

6. สหราชอาณาจักร

เป็นประเทศที่นิยมใช้เงินสดซื้อสินค้าที่มีมูลค่าต่ำๆเท่านั้น และหันไปชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักแทน เช่น ชำระเงินโดยใช้บัตรจ่ายค่าโดยสารผ่านเครื่องแทนการใช้เหรียญ ชำระเงินออนไลน์ด้วยเครื่อง POS มากกว่า 1.3 ล้านเครื่อง อีกทั้งคนส่วนใหญ่กว่า 60% ยังนิยมชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน อีกด้วย

7.ประเทศแคนนาดา

ประเทศแคนนาดา ประชาชนกว่า 90% ไม่ใช้เงินสดในการจับจ่ายซื้อของกันแล้วเพราะรัฐบาลแคนนาดาส่งเสริมให้คนในประเทศหันมาชำระเงินผ่านบัตรเดบิตมากขึ้นและชำระเงินผ่านทางสมาร์ทโฟน มากขึ้นทั้งระบบ  NFC และ M-Pos ที่กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก

8.ประเทศเกาหลีใต้

หนึ่งในประเทศเอเชียที่มุ่งมั่นไปสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด โดยรัฐบาลเกาเหลีใต้ ออกมาประกาศในปี 2563 ลดการใช้เหรียญในประเทศให้หมดไปและส่งเสริมให้ประชาชนชำระเงินผ่านบัตรมากกว่าใช้เงินสด ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 70%แล้ว

 8.ประเทศเกาหลีใต้

หนึ่งในประเทศเอเชียที่มุ่งมั่นไปสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด โดยรัฐบาลเกาเหลีใต้ ออกมาประกาศในปี 2563 ลดการใช้เหรียญในประเทศให้หมดไปและส่งเสริมให้ประชาชนชำระเงินผ่านบัตรมากกว่าใช้เงินสด ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 70%แล้ว

 9.ประเทศเคนยา

ที่ไม่น่าเชื่อว่า ประเทศเคนยา สังคมไร้เงินสดพัฒนาก้าวไปไกลมาก โดยประเทศเคนยาประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนนิยมใช้ แอปพลิเคชันชำระเงินเป็นอย่างมาก เพียงแค่ใช้ซื้อสินค่าอย่างเดียวเท่านั้น ยังรวมไปถึงการจ่ายค่าเทอมหรือรับเงินเดือนผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน

10.ประเทศเดนมาร์ก

รัฐบาลประเทศเดนมาร์กออกมาประกาศเรียบร้อยแล้วว่า ภายในปี 2573 ประเทศเดนมาร์กจะยกเลิกการใช้ธนบัตรทั้งหมด หากทำได้ประเทศเดนมาร์กจะเป็นประเทศแรกของโลกที่เข้าสู่ระบบไร้เงินสด อย่างสมบรูณ์แบบ โดยปัจจุบันประชาชน 1ใน 3 ของประเทศ นิยมชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านค้าต่างๆ สามารถปฎิเสธไม่รับเงินสดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

Sponsored Ads