อาหารไทยชื่อเสียง ดังไกลไปทั่วโลก ด้วยรสชาติอาหาร ถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ รสชาติ หวาน มัน และเค็ม และ รสเผ็ดจัดจ้าน แต่ รส หวาน มัน เค็ม รสไหน ร้ายแรงที่สุดต่อร่างกาย

ข้อมูล สถิติจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ประเทศไทยมีภาวะจากกลุ่มโรค NCDsในสัดส่วนที่สูงกว่านานาชาติ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ ของการเสียชีวิตถึง 300,000 กว่ารายในปี พ.ศ. 2552 ซึ่ง 73% ทั้งหมด มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หวานจัด มันจัด และเค็มจัด

บริโภค หวานแค่ไหน ให้ปลอดภัย

นึกถึง รสหวาน ก็นึกถึง น้ำตาล ก่อนแน่นอน และน้ำตาลคือหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญที่สุดต่อร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ในกระบวนการเผาผลาญ กระบวนการขับถ่าย ของเสียออกจากร่างกาย ต้องอาศัยพลังงานจากน้ำตาลทั้งสิ้น หากร่างกายมีน้ำตาลมากเกิน ก็อาจจะเป็นโรคอ้วน ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นส่วนเกิน คือไขมันสะสม นำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในที่สุด

บริโภคน้ำตาล ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน(1ช้อนชา=4 กรัม) ซึ่งควรจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เกี่ยวกับ การบริโภค อาหารแฝงด้วยน้ำตาล ให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยง น้ำตาลที่ได้รับต่อวัน เช่น ดื่มเครื่องดื่ม หวานน้อย ปรุงอาหาร ก่อนชิมทุกครั้ง หรือใช้ ส่วนผสมอาหารใช้แทนน้ำตาล เช่น น้ำผึ้ง อินทผลัม น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ กล้วย น้ำองุ่น มันเทศสุก เมเปิ้ลไซลัป หญ้าหวาน น้ำตาลทรายดิบ/น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี กากน้ำตาล เพื่อป้องกันโรคอ้วน

ควรบริโภค เค็ม แค่ไหน ให้ปลอดภัย

ร่างกายมนุษย์ ทุกคน มีอวัยวะที่สำคัญและทำงานโดยตรงกับความเค็ม คือ ไต ทำหน้าที่ปรับโซเดียมในร่างกายให้สมดุลกัน หากโซเดียมในร่างกายมีมาก ไต จะขับปัสสาวะออกมา หากโซเดียมในร่างกายมีน้อย ไต จะก็จะดูดโซเดียม ไต่ จึงเป็นอวัยวะที่สำคัญในการบริโภคอาหาร

หากไต่เสื่อมสภาพทำงานผิดปกติ จะไม่สามารถ ขับเกลือ ออกจากเลือดทำให้เป็นโรค ความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจ ทำงานหนักเต้นเร็ว ฉะนั้น ควรบริโภค เกลือ ไม่เกิน 1ช้อนชาต่อวัน และควรหลีกเลี่ยง อาหารแฝงด้วยเกลือ เช่น อาหารสำเร็จรูป บะหมี่เกี้ยว ไส้กรอก หมูหยอง แหนม เบคอน ผักดอง ผลไม้ดอง ปลาเค็ม ไข่เค็ม ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรสอาหารเป็นต้น

ควรบริโภค มัน แค่ไหน ให้ปลอดภัย

ไขมัน มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมองและหัวใจ และหากร่างกายได้รับไขมันมากเกินความจำเป็น ไขมันเหล่านั้น จะนำไปสู่การเจ็บป่วย โรคไขมันอุดตันอุดตันเส้นเลือด โรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหาร ประเภทมีไขมันอิ่มตัว ไม่ควรบริโภคน้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือประมาณ 30กรัม และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภททอด ไขมันแฝงจากอาหาร เช่น ขนมเค็ก ขนมใส่กะทิ อาหารแปรรูป เช่น กุนเชียง ไส้กรอก ทูน่ากระป๋อง เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารประเภทถั่วเป็นต้น


ทุกรสชาติมีความร้ายแรงต่อร่างกายเหมือนกัน

หากบริโภคเกินความจำเป็น และขาดการดูแลเอาใจใส่สุขภาพ ควรควบคุมการบริโภคอาหาร ด้วยการลดหวาน มัน เค็ม ด้วยตัวเอง โดยการอ่านฉลากโภชนาการ หรือฉลาก GDA (Guideline Daily Amount) หรือ ฉลากหวาน มัน เค็ม เป็นฉลากที่จะแสดงข้อมูลโภชนาการ โดยแสดงค่าพลังงาน (กิโลแคลอรี่) น้ำตาล (กรัม) ไขมัน (กรัม) และโซเดียม (มิลลิกรัม) มาแสดงที่ฉลากด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เราสามารถควบคุมการบริโภคได้ง่ายยิ่งขึ้น

Sponsored Ads