แบงก์ชาติเปิดตัวการชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านระบบ QR-code เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงิน ซื้อ-ขายสินค้าเพื่อปูทางประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ตามนโยบายของรัฐบาล และ QR Code ของไทยก็ใช้มาตรฐานเดียวกับ EMVCo องค์กรต่างประเทศดูแลและสนับสนุนการเชื่อมต่อเครือข่ายการชำระเงิน

QR-code คืออะไร

QR-code ย่อมาจาก Quick Response Code พัฒนาต่อยอดมาจาก Barcode เพื่อเป็นสื่อกลางชำระสินค้า โดยใส่ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับจ่ายเงินซื้อสินค้าและนำมาใช้ควบคู่กับ แอปพลิเคชันในมือถือผูกกับบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัญชีธนาคารของเราไว้ โดยเฉพาะประเทศจีนมีการใช้  QR-code อย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันมากที่สุดเช่น แจกแต๊ะเอียลูก ๆ หลาน ๆ ในวันตรุษจีน, ให้เงินเป็นของขวัญแต่งงาน หรือแม้แต่ให้ทิปพนักงาน ให้เงินขอทาน ก็ยังใช้ QR Code เพราะใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเลย

ใช้ QR-code ชำระเงินซื้อสินค้า ทำกันอย่างไร

การชำระเงินซื้อสินค้าด้วยระบบ QR-code ทำได้ง่ายที่สุด เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับการจ่ายเงินด้วยระบบ QR Code เท่านี้ก็สามารถทำได้แล้วผ่าน 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1. เข้าไปในแอปพลิเคชันสำหรับชำระเงินผ่าน QR Code แล้วเลือกประเภทว่าจะชำระเงินด้วยอะไร เช่น บัตรเครดิต โอนเงินจากบัญชี หรือ e-Wallet
2. สแกน QR Code ของร้านค้าผ่านแอปพลิเคชันที่อยู่บนสมาร์ทโฟน
3. ใส่จำนวนเงินที่ต้องการจ่าย และกดยืนยันการชำระเงิน
4. ระบบแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการจะส่งข้อมูลยืนยันการชำระเงินกลับมาให้เรา โดยอาจจะเป็น SMS หรือ E-Mail เพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงิน

ชำระเงินผ่านระบบ QR Code ได้ที่ไหนได้บ้าง

เป็นเรื่องง่ายที่สุดในการหาคำตอบ การซื้อสินค้าแบบจ่ายเงิน ด้วยระบบ QR Code และบริการทุกๆแห่ง ซึ่งต้องมีป้าย QR Code ติดโชว์ให้เห็นอย่างชัดเจน ว่ารับจ่ายเงินด้วยระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก ร้านค้าแผงลอย แม้กระทั้งร้านค้าริมทางและนิยมสุดๆคือ ร้านค้าออนไลน์ในเน็ต ก็สามารถชำระเงินได้ทันที หากแสดงป้าย QR Code นั่นเอง

 

ที่มีภาพ today.line.me และ blognong.com

ข้อดี-ข้อเสีย สำหรับ การใช้ QR Code ปลอดภัยหรือไม่

การชำระเงินผ่าน QR Code มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนดาบสองคม ซึ่งข้อดีมีอยู่มากมาย ทั้งคนทั่วไปและร้านค้าทั่วไป และร้านค้าออนไลน์ เพราะมีความสะดวกสบายไม่ต้องพกเงินติดตัวหรือบัตรเครดิต ให้ยุ่งยากแถมยังปลอดภัยที่สุด ไม่ต้องยื่นบัตรเครดิตให้ร้านค้า ส่วนร้านค้าก็ได้รับประโยชน์ ลดต้นทุนไม่ต้องมีเครื่องรูดบัตร จึงไม่เสี่ยงในเรื่องการถูกขโมยข้อมูลจากบัตรเครดิตของเรา ส่วนข้อเสียการใช้ QR Code ก็มีผลด้วยเช่นกัน เพราะ ระบบ QR Code ทำให้สะดวกสบายมากขึ้นทำให้จับจ่ายใช้สอยรวดเร็วเกินไปเงินในบัญชีอาจหมดแบบไม่รู้ตัว เพราะ QR Code ต้องมีการผูกระบบเข้ากับบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ บัญชีธนาคารของเรานั่นเอง

QR Code ในประเทศไทยไปไกลถึงไหนแล้ว

แบงก์ชาติประกาศอย่างชัดเจนว่าระบบชำระเงินผ่าน QR Code จะสามารถใช้งานได้จริงอย่างเต็มรูปแบบภายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

เพื่อความปลอดภัยการใช้ QR Code เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ซึ่ง EMVCO องค์กรต่างประเทศที่ดูแลและสนับสนุนการเชื่อมต่อเครือข่ายการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรระดับโลก 5 แห่ง คือ  American Express, JCB, MasterCard, Union Pay และ VISA ก็ได้ประกาศใช้มาตรฐานสากล QR Code สำหรับการจ่ายเงินที่ผูกกับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต

QR Code ของไทยก็ใช้มาตรฐานเดียวกับ EMVCo

โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกสิกรไทยนำร่องเปิดใช้งานไปบ้างแล้ว โดยทดลองเปิดใช้งานระบบ QR Code ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งมีร้านค้ากว่า หมื่นแห่ง และ ธนาคารกรุงไทยเปิดใช้ระบบ QR Code แทนการใช้เงินสดให้ข้าราชการ พนักงานสื่อมวลชน ชำระค่าอาหาร โรงอาหารกระทรวงการคลังและศูนย์อาหารทำเนียบรัฐบาล ส่วนร้านค้าก็สามารถโหลด แอบพลิเคชั่น “เป๋าตุง”สมัครพร้อมเพย์และติด QR Code ไว้ที่หน้าร้าน เมื่อลูกค้าชำระเงิน

Sponsored Ads